ได้เวลานับถอยหลังศึกซักฟอกนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร
ไม่เพียงข้อมูลของฝ่ายค้านที่คอการเมืองอยากรู้ การชี้แจงของนายกฯ ก็เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายรอฟัง
ขณะที่พรรคเพื่อไทยตั้ง “ทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภา” มาดักทางฝ่ายค้าน
บทบาทหน้าที่ของทีมนี้จะมีผลต่ออุณหภูมิเดือดในสภาหรือไม่ อย่างไร
สุทิน คลังแสง
สส.บัญชีรายชื่อ
ในระหว่างการประชุม หากใครทำผิดข้อบังคับ เช่น พูดเกินเลย พูดนอกกรอบญัตติ นอกระเบียบข้อบังคับ หรือพูดเกินเลยไปถึงบุคคลที่สามโดยไม่จำเป็น หรือมีการพูดจาส่อเสียดหยาบคาย ทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาก็จะลุกขึ้นประท้วง ต้องหารือให้เป็นไปตามข้อบังคับ
เป้าหมายใหญ่คือหากมีการพูดพาดพิงไปถึงบุคคลที่สาม บุคคลภายนอกที่ไม่ได้มีชื่ออยู่ในญัตติ หรือแม้อยู่ในกรอบแต่เกินความจำเป็น ก็ต้องขึ้นประท้วง ขึ้นปกป้อง
ทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาจะแตกต่างจากองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ตรงที่ ถ้าเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ก็จะดูแลเฉพาะนายกฯ เพียงคนเดียว แต่ทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาฯ จะดูแลครอบคลุมทั้งตัวนายกฯ คนนอก ประธานสภา รวมถึงบรรดารัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงด้วย เราปกป้องทุกคนไม่เจาะจง
ถ้าฝ่ายค้านมีการอภิปรายพาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือใครก็ตามที่เป็นบุคคลภายนอก ถ้ามีการอภิปรายพาดพิงโดยไม่จำเป็นก็ต้องปกป้องทั้งหมด
หากฝ่ายค้านไม่เล่นนอกเกมก็ไม่มีปัญหา บรรยากาศก็จะราบรื่นเรียบร้อย เพราะคนที่จะลุกขึ้นประท้วงก็ต้องคำนึงถึงผลเสียของตัวเขาเองเช่นเดียวกัน คนที่ลุกขึ้นประท้วงใช่ว่าชาวบ้านที่รับฟังการอภิปรายอยู่จะชอบ หากไม่จำเป็นก็คงไม่ลุกขึ้นประท้วง
ภายในพรรคหรือในกลุ่มมีการหารือกันว่าหากจะประท้วงก็จะประท้วงเท่าที่จำเป็น หากประท้วงมากไปจะดูเหมือนไปขัดจังหวะเขา ชาวบ้านไม่ได้ชอบ
ภายในทีมก็ต้องมีการติวข้อบังคับการประชุมสภา แต่เราคัดคนที่มีทักษะด้านนี้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร โดยในจำนวน 20 สส.เราจะมีไม้หนึ่ง ไม้สอง ไม้สาม เริ่มต้นจะให้เบอร์เล็กลุกขึ้นประท้วงก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็จะเป็นเบอร์กลาง แล้วก็ตามด้วยเบอร์ใหญ่
แต่ถ้าเป็นเบอร์ผู้ใหญ่แบบพวกตนคงไม่เน้นเรื่องการประท้วง แต่จะไปเน้นช่วยเสริม ช่วยเติมเรื่องการตอบคำถาม เช่น หากนายกฯ และรัฐมนตรีตอบคำถามไปแล้ว ถ้ามีอะไรไม่ชัดเจนหรือมีการเบี่ยงเบน หรือมีเจตนาลดทอนความน่าเชื่อถือ พวกตนจะอธิบายแทนทั้งในสภา และนอกสภา
อาจจะมีการตั้งโต๊ะแถลงข้างนอกเป็นช่วงๆ ช่วยมากกว่า โดยเฉพาะตนคงไม่ลุกขึ้นประท้วง แต่จะช่วยเสริมเติมข้อมูล หรือหากสภาเกิดวิกฤติ เดินไม่ได้จริงๆ ก็ต้องถึงคิวพวกตนลุกขึ้นพูด
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
สส.บัญชีรายชื่อ
ทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาฯ มีกรอบการทำงาน คือการติดตามการอภิปรายของฝ่ายค้าน เพื่อให้บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีสส.พรรคฝ่ายค้านทำผิดข้อบังคับการประชุม ทีมพิทักษ์ข้อบังคับฯ จะทำหน้าที่ประท้วงต่อประธาน เพื่อให้ประธานวินิจฉัย
ซึ่งจะต่างจากองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ถ้าเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ตามความเข้าใจในอดีต หมายความว่าจะมุ่งปกป้องนายกฯ อย่างเต็มเหนี่ยวสุดกำลัง อาจถึงขั้นพาดพิงหรือทำให้นายกฯ เสียหายทุกประเด็น ทุกกรณีไม่ได้เลย ต้องลุกขึ้นประท้วง
แต่ทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาไม่มีความจำเป็นต้องปกป้องนายกฯ ขนาดนั้น เพราะนายกฯมีความรู้ ความสามารถ สามารถตอบคำถาม สื่อสารและอธิบายงานที่ท่านและคณะรัฐมนตรีทำได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น ความแตกต่างคือทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาจะดูเฉพาะการกระทำผิดข้อบังคับ หากไม่ผิดข้อบังคับก็ปล่อยให้อภิปรายต่อไป ไม่มีการขัดจังหวะ
ในจำนวน 20 สส.ได้แบ่งเป็น 3-4 ทีม และจะมีที่ปรึกษาพิเศษในแต่ละทีม อาจแบ่งความรับผิดชอบตามช่วงเวลา หรือตามเวลาที่ผู้อภิปรายของฝ่ายค้านที่มักทำผิดข้อบังคับ หรืออภิปรายลักษณะก้าวร้าว รุนแรง เสียดสี หาเรื่อง มุ่งแสวงหาความวุ่นวาย ก็ต้องมีทีมพิทักษ์ข้อบังคับฯ เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ทีมพิทักษ์ข้อบังคับฯ มีหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังการกระทำผิดข้อบังคับของ สส.ฝ่ายค้านอยู่แล้ว จึงไม่เกี่ยวกับประเด็นอภิปรายนายกฯ คนเดียว หรือไปอภิปรายไข่ในหินหรือไข่นอกหิน หากฝ่ายค้านทำผิดข้อบังคับการประชุมสภาทีมพิทักษ์ข้อบังคับก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที
ส่วนประเด็นการพาดพิงคนนอก ประธานสภาเตือนให้ระมัดระวังตั้งแต่ต้น แม้ฝ่ายค้านจะบอกว่ายินดีให้ฟ้องได้ ซึ่งถ้าฟ้องเฉพาะ สส.ฝ่ายค้านคงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ปัญหาที่ต้องระมัดระวังอย่างหนัก คืออาจฟ้องประธาน ผู้ควบคุมการอภิปรายในขณะนั้นไปด้วย
ดังนั้น การกระทำที่เป็นเหตุแห่งการผิดข้อบังคับไม่ว่าจะกรณีใดก็ย่อมสามารถประท้วงให้ประธานวินิจฉัยได้ ซึ่งการอภิปรายพาดพิงไปถึงคนนอก หรือบุคคลที่สาม ที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาชี้แจงตอบโต้ในสภาได้
ถ้ามองแบบแฟร์ๆ ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สามารถจะกระทำได้ ในอดีตไปย้อนดูได้เลย มี สส.ฝ่ายค้านถูกฟ้องร้องจากการอภิปรายหรือการแถลงข่าวมาแล้วกี่ราย ดังนั้น ยืนยันการอภิปรายถึงบุคคลภายนอกไม่สามารถกระทำได้อย่างแน่นอน
ถ้าทุกฝ่ายมุ่งทำหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เคารพรัฐธรรมนูญ เคร่งครัดในข้อบังคับการประชุมสภา เคารพประธาน ให้เกียรติกัน ไม่มุ่งสร้างคอนเทนต์ จุดประเด็นดราม่า จุดชนวนความขัดแย้งหาคะแนน การทำหน้าที่ก็จะราบรื่น
การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดในปี 2570 เหลือเวลาอีก 2 ปีกว่า ไม่ควรหาคะแนนโดยการดิสเครดิตรัฐบาลตั้งแต่ไก่โห่ขนาดนี้
ชนก จันทาทอง
สส.หนองคาย
กรอบการทำงานของทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภามีการพูดคุยกันว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านต้องอยู่ในข้อบังคับเป็นหลัก หากอภิปรายไม่อยู่ในญัตติ เราถึงจะลุกขึ้นประท้วง
โดยเฉพาะหากฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงไปถึงบุคคลที่สาม ทั้งนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมถึงบุคคลอื่น พวกเราก็จะไม่ปล่อยผ่านเพราะถือว่าผิดข้อบังคับ
แต่เราจะทำงานในเชิงสร้างสรรค์ หากฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ใช้วาจาไม่สุภาพ พูดจาเสียดสี หรือพูดวนซ้ำซาก ก็ต้องขอจริงๆ ว่าเราจำเป็นต้องประท้วง เพื่อให้เป็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์
ที่สำคัญต้องเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ให้ประชาชนได้รับทราบรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง การอภิปรายพาดพิงไปถึงบุคคลภายนอกคนพวกนี้ไม่สามารถแก้ตัวในสภาได้ เพราะเขาไม่อยู่ในสภา
ส่วนที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธารคนเดียวนั้น ส่วนตัวนายกฯ ไม่ได้กังวลอะไรมาก ชิลชิล สบายๆ และนายกฯเองก็เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 6 เดือนเอง ซึ่งท่านมีความตั้งใจสูงในการเข้ามาบริหารประเทศ
ถามว่าการที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายนายกฯ เพียงคนเดียว ซึ่งเปรียบเสมือนไข่ในหิน จะเป็นเหตุให้สส.เพื่อพร้อมตอบโต้ทุกประเด็นหรือไม่นั้น ต้องยอมรับว่าการอภิปรายนายกฯ คนเดียวทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยรู้สึกฮึกเหิมที่จะต้องปกป้องดูแล นายกฯ เพื่อให้บรรยากาศเกิดความสงบเรียบร้อย
ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นโอกาสที่ดีที่นายกฯ จะได้ใช้เวทีนี้ชี้แจงผลงานและนโยบายต่างๆ รวมถึงในอีก 2 ปีข้างหน้าว่าจะทำอะไรอีกด้วย
สำหรับสมาชิกในทีม 20 คนนั้น มีสส.อาวุโสหลายคน นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ ที่เป็นประธานคณะทำงาน ยังมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีประสบการณ์ในสภาหลายสมัย แล้วมีน้องๆ สส.สมัยแรกที่เข้ามาอยู่ในวงนี้ด้วย ซึ่งเก่ง มีความสามารถ
เบื้องต้นได้พูดคุยกัน แต่ไม่ได้แบ่งงานกันอย่างชัดเจน คงช่วยๆ กัน โดยมีการพูดคุยกันว่าประเด็นไหนที่ควรลุกตอบโต้ในทันที หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ พวกเราก็คงไม่ลุกขึ้นประท้วง
นอกจากประเด็นที่ต้องลุกประท้วงทันที ยังรวมไปถึงประเด็นที่มีการพาดพิงเป็นประจำ เช่น จำนำข้าว ทักษิณครอบงำพรรค เป็นต้น
จากที่เราเคยเป็นฝ่ายค้านร่วมกันมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เชื่อว่าฝ่ายค้านไม่น่าจะมีประเด็นอะไรมากกว่าการเสียดสี พูดวนซ้ำ นอกนั้นไม่น่าจะมีประเด็นอื่นที่จะทำให้รัฐบาลสั่นคลอนได้