“โฆษกรัฐบาล” เผย “บิ๊กอ้วน“ มอบ กต.เกาะติด ความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ที่เหลือต่อเนื่องยันไม่มีการจัดฉาก
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 มี.ค.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการร่วมคณะติดตามความเป็นอยู่หลังส่ง 40 ชาวอุยกูร์ กลับเขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่ซินเจียงขณะนี้ต่างกับ10 ปีที่แล้วที่ยังแห้งแล้ง แต่วันนี้มีการพัฒนา แข่งขันกันด้วยการท่องเที่ยว การค้า และเศรษฐกิจ สภาพตัวเมืองคาซือ มีร้านค้าเป็นตึกมากขึ้น
สำหรับภารกิจลงพื้นที่ได้แยกเป็น 2 คณะ คือคณะของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และคณะของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ที่ตนร่วมคณะไปด้วย เพื่อไปพบกับชาวอุยกูร์ ซึ่งการเดินทางใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร เมื่อไปพบความเป็นอยู่และพูดคุย พบว่าแต่ละครอบครัวดีใจที่บุคคลในครอบครัวซึ่งหนีออกจากบ้านไปได้กว่า 10 ปี ได้กลับบ้านอย่างสบายใจ ได้บัตรประชาชนใหม่ รัฐบาลสนับสนุนให้ทำงาน
นานจิรายุ กล่าวว่า จุดประสงค์ของการเดินทางไปพบเพื่อให้แต่ละประเทศรู้ว่าไทยส่งคนกลับบ้านตามกระบวนการกฎหมาย ได้พบชาวอุยกูร์ 15 คน จาก 40 คน โดยมี 1 คนที่เดินทางกลับเมื่อปี 2558 นอกจากนี้นายภูมิธรรม ได้ย้ำ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ติดตามความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ ในส่วนที่เหลืออย่างต่อเนื่องว่ามีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง ส่วนข้อสงสัยเรื่องการจัดวางเลี้ยงอาหารในช่วงเดือนรอมฎอน ต้องชี้แจงว่าเป็นวัฒนธรรมพื้นถิ่นของแต่ละพื้นที่
ซึ่งชาวอุยกูร์ระบุว่า การวางอาหารที่เป็นแป้ง อินทผลัม ต้องมีติดไว้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรม หากทำงานกลับมาเหนื่อยก็ทานบ้าง ทุกบ้านมีอยู่แล้วในช่วงนี้ ดังนั้น อย่าไปดราม่าจนเกินไป เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันออกไป และที่ไปพบกันมีการแสดงความดีใจ ยืนยันว่าไม่มีการเซตฉาก ทั้งหมดเกิดขึ้นไปตามธรรมชาติ ทั้งนี้ คนที่เหลือที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมทางกระทรวงการต่างประเทศ จะดำเนินการติดตามต่อเนื่อง และอาจมีโอกาสกลับไปดูอีกครั้งในช่วง 3 เดือนหรือ 6 เดือน ต่อไป