เอกนัฏ ลั่นรับผิดชอบเอง หลังพบมีคนวิ่งเต้น-ข่มขู่เจ้าหน้าที่ ปมตรวจเหล็กตึกสตง. เตรียมตรวจซ้ำเก็บตัวอย่างแบบชี้เป้า หาจุดต้นตออาคารถล่ม ยันไม่ยอมให้บริษัทศูนย์เหรียญมาหาประโยชน์ในประเทศ
วันที่ 1 เม.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงการนำทีมลงพื้นที่ตรวจวัสดุก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พังถล่ม ว่า ขออนุญาตนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยแล้ว โดยมีทีมกู้ภัยมาช่วยตัดเหล็ และเก็บตัวอย่างมาได้ 6 ประเภท ทั้งเหล็กกลม และเหล็กข้ออ้อย 3 ยี่ห้อ จากการตรวจสอบเมื่อวาน (31มี.ค.) พบมีเหล็ก 2 ขนาดไม่ได้มาตรฐาน คือ เหล็กไซส์ 20 และ 32 มาจากยี่ห้อเดียวกัน
ส่วนจะสั่งปิดโรงงานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า เหล็กที่พบมาจากผู้ผลิตที่กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งหยุดโรงงานไปแล้วเมื่อเดือนธ.ค.ปีก่อน จากนี้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนขยายผล ตามปกติเมื่อพบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม่ได้มาตรฐาน ต้องเรียกเก็บมาให้หมด ให้ผู้ผลิตหยุด และปรับปรุงก่อน ซึ่งในกรณีนี้กระทรวงอุตสาหกรรมห้หยุดและปรับปรุงไปแล้ว จึงต้องไปดูว่ามีผลพอจะให้เพิกถอนใบอนุญาตได้เลยหรือไม่
เมื่อถามว่าเหล็ก 2 ขนาดที่ไม่ได้มาตรฐาน จะอนุมานว่าเป็นทั้งล็อตที่ใช้ก่อสร้างหรือเฉพาะที่สุ่มตรวจตัวอย่าง นายเอกนัฏ กล่าวว่า การเข้าไปสุ่มตรวจจะทำ 2 รอบ รอบแรก พื้นที่เกิดเหตุมีการกู้ภัยอยู่จึงเป็นการสุ่มตัวอย่าง เพราะไม่อยากเข้าไปในพื้นที่อาคารที่กำลังกู้ภัย โดยระหว่างเก็บตัวอย่างได้ติดกล้องที่เจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันว่าเก็บจากจุดไหนบ้าง แต่ละประเภทมีหลายตัวอย่าง และตอนที่ลำเลียงออกไป รวมถึงการแกะตัวอย่างก่อนตรวจสอบก็มีสื่อมวลชนบันทึกภาพอยู่
ส่วนรอบต่อไปจะเข้าพื้นที่ไปพร้อมกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่นายกรัฐมนตรีตั้งไว้แล้ว โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมตำรวจ ซึ่งจะเป็นการเก็บแบบชี้เป้า ซึ่งจะต้องมีแบบ และจะต้องเอา BOQ ของผู้รับเหมาว่ามีเหล็กประเภทไหนบ้าง เก็บให้ครบทุกประเภท หลายตัวอย่าง และเก็บในจุดที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่ทำให้ตึกถล่ม ซึ่งจะเป็นการเก็บเต็มรูปแบบกว่าครั้งแรก
นายเอกนัฏ ยอมรับด้วยว่า ตนก็อึ้งเหมือนกัน เพราะโรงงานที่พบว่าผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานนี้ เป็นโรงงานที่ตนไปตรวจและสั่งปิดไปตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว แต่การก่อสร้างเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 สร้างมาแล้ว 5 ปี ซึ่งการตรวจเหล็กจะตรวจ 2 ส่วนคือ คุณสมบัติด้านการกล และคุณสมบัติทางเคมี ซึ่งครั้งแรกที่ไปตรวจตกทางเคมี และล่าสุดที่ตรวจเมื่อวานคือตกทางกล ที่ผ่านมาสั่งให้หยุดและอายัดของกลาง เรียกเก็บสินค้ามาและให้หยุดเพื่อปรับปรุง ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่มีการเปิดตามขั้นตอนทางกฎหมาย
“เมื่อสั่งให้หยุดปรับปรุง พอปรับปรุงแล้วก็มีหนังสือมาเพื่อสั่งเปิด และต้องเอาของมาตรวจอีกที ถ้ายังตกอีก คราวนี้ก็อาจจะปิดและเพิกถอนใบอนุญาต มอก. ดังนั้น หลักฐานทั้งหมดที่เก็บมาได้ในครั้งนี้ จะดูว่าเพียงพอหรือไม่ที่จะไม่ให้เปิดอีก เพราะถ้าเปิดอีก ผลิตออกมาก็มีปัญหาอีก เราก็ต้องใช้กฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ เพื่อผลประโยชน์ประชาชน เรื่องนี้ตนต่อสู้มาตลอด ไม่ใช่เรื่องเหล็กอย่างเดียว ยังมีเรื่องสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย โดยพยายามเรียกเก็บของที่ไม่ได้มาตรฐาน” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาดำเนินการตรวจและปิดโรงงานเหล็กไปแล้ว 7 โรงงาน อยู่ระหว่างสอบสวนอีก 3 โรงงาน มูลค่า 400 ล้าน อีกนัยนึงคือมีอุตสาหกรรมธุรกิจศูนย์เหรียญที่มาอยู่ในประเทศแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับไทย เป็นทุนต่างชาติ 100% จ้างงานต่างด้าว 100% ภาษีบางเจ้าไม่ต้องจ่าย และได้รับ BOI ด้วย
จากที่ตนทำมา 6 เดือน บางเรื่องมีลักษณะการดำเนินงานเป็นกระบวนการ และเมื่อวานนี้อยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ตนนำทีมไปเก็บหลักฐานเองทั้งหมด เพราะเชื่อว่าหลักฐานบางส่วนมีความสำคัญและมีน้ำหนัก และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนได้ข่าวว่ายังมีความพยายามวิ่งเต้นและข่มขู่เจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ตนเข้าใจ ไม่เป็นไร ถ้าไม่กล้าพูดตนก็จะพูดเอง เกิดอะไรขึ้นตนรับผิดชอบเอง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราปล่อยปละละเลยต่อไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า วันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) จะลงพื้นที่ตรวจโรงงาน ซินเคอหยวน ต.หนองละลอก จ.ระยอง ที่เคยสั่งปิด หลัง สส.พรรคประชาชนลงพื้นที่พบว่าโรงงานยังมีความเคลื่อนไหว พบรถบรรทุกขนฝุ่นแดง ทั้งที่สั่งปิดตั้งแต่ปี 2567 จึงตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการลักลอบผลิตเหล็กอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ หากลงพื้นที่แล้วตรวจพบว่ามีการลักลอบ จะถูกตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีเพิ่มอีก