ทนายอั๋น ยื่นอัยการสูงสุด ตรวจสอบคดีฮั้วสว. เป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ลั่น ถ้าไม่ทำภายใน 15 วัน จ่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 เม.ย. 2568 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วยกลุ่มสว.สำรอง ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อให้ตรวจสอบคดีฮั้วสว. ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า วันนี้มาที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ทางสำนักงานอัยการสูงสุดรับพิจารณาส่งเรื่องพฤติกรรมของสว.138 คน บวก 2 สว.สำรอง มีพฤติกรรมที่เป็นการใช้สิทธิ์หรือเสรีภาพนี้ เพื่อการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปลี่ยนประมุขหรือไม่ ซึ่งหาก อัยการสูงสุดไม่ทำภายใน 15 วัน ก็จะไปร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนด
โดยหลักฐานและพยานที่นำมามอบในวันนี้ คือ คำสั่งของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่รับเป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 และดีเอสไอทำเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาตรา 4 และมาตรา 49 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปี 60
ซึ่งมีการแนบหลักฐานเป็นโพยฮั้วสว.จำนวน 2 ชุด และดีเอสไอทำหนังสือไปถึงอัยการ เพื่อให้ทางอัยการส่งพนักงานอัยการมาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันทำคดี ในคดีอั้งยี่ และการฟอกเงิน และกฎหมายอาญาอื่นๆ รวมถึง พ.ร.ป.ที่มาสว.ด้วย

ทนายอั๋น กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ดีเอสไอรวบรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบดูแล้วว่ามีที่มาชัดเจนว่าเป็นการฮั้ว ตนจึงมองว่าพฤติการณ์ทั้งหมดของสว.คือการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระยอบประชาธิปไตยอันพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
เพราะก่อนหน้านี้มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพียง 1 มาตรา กลับบอกว่านี่คือปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หากอัยการไม่ทำภายใน 15 วัน ตนจะนำเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด