โฆษกรัฐบาล เหน็บฝ่ายค้านตกข่าว เผยชื่อ 9 กรรมการติดตามมาตรการภาษีสหรัฐฯ ยัน นายกฯ วางแผนล่วงหน้า 3 เดือนแล้ว ก่อน “ทรัมป์” รับตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กรณีที่พรรคฝ่ายค้านบางพรรค ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งตั้งคณะทำงานพิเศษ (Special Task Force) โดยมีนายกฯ เป็นประธาน เพื่อรับมือกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตราสูงนั้น
ยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามมาตรการด้านการค้ากับสหรัฐอเมริกามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก่อนการรับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้านบางพรรคที่เรียกร้องให้นายกฯ เร่งตั้งคณะทำงานพิเศษนั้น คงล่าช้าไม่ทันการอย่างแน่นอน อาจเป็นเพราะฝ่ายค้านบางพรรคไม่ได้ติดตามข่าวสารว่ารัฐบาลมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบแล้ว
โดยนายกฯ คาดคะเนล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จึงได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ 3 เดือนที่แล้วในวันที่ 6 ม.ค.68 ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายฉันทานน์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร รองอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ นางขวัญนภา ผิวนิล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ และนายโอม บัวเขียว คณะทำงานประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ล่าสุดจากแถลงการณ์นายกฯ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ยังได้กำหนดแนวทางความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อรับมือผลกระทบอย่างเป็นระบบ ดังนี้ รัฐบาลพร้อมหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในโอกาสแรก เพื่อปรับดุลการค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และจัดเตรียมข้อเสนอ เพื่อปรับดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่มีสาระสำคัญเพื่อให้สหรัฐฯ ได้เจรจากับไทยที่เหมาะสม
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้เร่งประสานเอกชนปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้อุตสาหกรรมไทย และวางมาตรการรองรับในการเยียวยา และบรรเทาผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก แสวงหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว ตั้งแต่เดือนม.ค.แล้ว
นายจิรายุ กล่าวว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และได้วางมาตรการรองรับในการเยียวยา และบรรเทาผลกระทบที่อาจมีต่อผู้ประกอบการส่งออกของไทยที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก ซึ่งนายกฯ ยังติดตามผลการประชุมอย่างต่อเนื่องมาตลอดกว่า 4 เดือน
และในวันอังคารที่ 8 เม.ย.นี้ นายกฯ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับมาตรการการค้าสหรัฐอเมริกา เวลา 13.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมด เข้าร่วมประชุม
“ขอย้ำว่ารัฐบาลได้เตรียมความพร้อม เพื่อปรับดุลการค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด และขอขอบพระคุณที่พรรคฝ่ายค้านบางพรรคให้คำแนะนำ” นายจิรายุ กล่าว