อันวาร์ เยือนไทยพรุ่งนี้ นายกฯแพทองธาร พร้อมหารือเน้นพัฒนาเชื่อมโยงชายแดน-การค้า ยกระดับความร่วมมือในเวทีอาเซียน ชี้ถกรัฐบาลรับมือภาษีมะกัน ช่วยเสริม ทีมไทยแลนด์ ได้
เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 เม.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมให้การต้อนรับ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ในโอกาสเยือนไทยเพื่อประชุมหารือติดตามความคืบหน้าต่างๆ ที่เคยมีการประชุมของทั้งสองประเทศ
เพื่อหารือ ติดตาม รวมทั้งผลักดันความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับมาเลเซียให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น หลังจากที่น.ส.แพทองธาร ได้เยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.67 และมีการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทั้งสองเมื่อวันที่ 5 เม.ย.68
นายจิรายุ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่จะหารือ และติดตามความคืบหน้า ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งการค้า การท่องเที่ยว ความร่วมมือด้านความมั่นคง การพัฒนาพื้นที่ชายแดนและเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย – มาเลเซีย การประสานความร่วมมือกับมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อขับเคลื่อน ความสัมพันธ์ระหว่าง 10 ประเทศ ตามกรอบข้อตกลงต่างๆ ในที่ประชุมหลายระดับในภูมิภาค
ทั้งนี้ การหารือร่วมกันระหว่างไทยกับนายกฯมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนจะทำให้ ภูมิภาคอาเซียนให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการเจรจาในทุกมิติกับประเทศนอกอาเซียน
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอันวาร์ เดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 17 เม.ย.ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งมาตรการสงครามทางภาษีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะใช้บังคับนั้น แน่นอนว่ามิติของประเทศไทยมีทีมเจรจาอยู่แล้ว ในส่วนนั้นก็เดินหน้าไป
อีกช่องทางหนึ่งคือการหารือร่วมกับอาเซียน เราจะได้มีมาตรการทั้งในเชิงเจรจาเดี่ยวและร่วมกับอาเซียนในการกำหนดท่าที แต่ต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีสัมพันธภาพที่ดีกับสหรัฐฯ อยู่แล้ว ฉะนั้น ช่องทางของไทยที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรมว.คลัง และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมคณะผู้เจรจา ก็เดินหน้าไป
จึงคิดว่าแนวทางที่นายอันวาร์จะมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเสริมกันได้ และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ตนเชื่อว่าอาเซียนก็จะได้มีท่าทีหรือจุดยืนที่เป็นการเจรจาคู่ขนานแบบเดี่ยวของไทยกับสหรัฐฯด้วย
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า มองในทุกมิติก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการที่บอกว่านายทักษิณไม่มีตำแหน่งนั้น คือนายทักษิณไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล แต่ท่าน เป็นที่ปรึกษาของนายอันวาร์ และเมื่ออาเซียนต้องการกำหนดท่าทีหรือจุดยืนในการเจรจากับสหรัฐฯ เชื่อว่านายทักษิณและนายอันวาร์ รวมถึงชาติอื่นๆในอาเซียนจะผนึกและมีท่าทีออกมา ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่อาเซียนจะมีข้อหารือกับทางสหรัฐฯ
เมื่อถามว่าคิดว่าการผนึกกำลังของอาเซียนจะคุยกับสหรัฐฯได้ง่ายขึ้นหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าสหรัฐฯ ก็เล็งเห็นความสำคัญของภูมิภาคอาเซียนเรา ซึ่งทุกประเทศมีศักยภาพอยู่แล้ว และเมื่อมารวมกันเชื่อว่าทางสหรัฐฯก็อาจจะต้องฟัง ฉะนั้น เมื่อผนึกกำลังกันตนเชื่อว่าเป็นผลดี