เจาะสนามเลือกตั้งเทศบาลโคราช ชิงเค้กงบค้างท่อกว่า 5 พันล้าน โคราชชาติพัฒนา แชมป์เก่าเป็นต่อเล็กน้อย ‘อดุลย์’ คู่ปรับตลอดกาลชิงดำ พรรคประชาชน สอดในเป็นตาอยู่
เทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ของเมืองขนาดใหญ่มีงบต่อปีมากเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย ปฏิกิริยาหลังนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส. เขต 1 พรรคประชาชน และ สส. เขตเมือง รวม 3 คน หักปากกาเซียนล้มตัวเต็งแบบราบคาบรวมทั้งผลรวมคะแนน ส.ส บัญชีรายชื่อ กว่า 5.5 แสนคะแนน
ทำให้สนามท้องถิ่นคึกคัก ทั้งนักการเมืองบ้านใหญ่ บ้านเล็กรวมทั้งหน้าใหม่ต่างหวังคะแนนจากด้อมส้มโคราชที่ไม่ต้องลงทุนมาก เพียงได้สวมเสื้อพรรคประชาชน (ปชน.) ลุยหาเสียงก็มีโอกาสชนะ
คู่แข่งที่ถูกโฟกัสมากที่สุดคือนายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายกเล็กหลายสมัยและป๊อปปูล่าชาวเทศบาล แม้นผู้นำชุมชนร้องขอให้คัมแบ็คบริหารเทศบาลอีก ด้วยภาระการบริหารโรงงานประกอบรถบัสอีวี ที่มีออเดอร์เข้ามาต่อเนื่อง รวมทั้งดีลลับจากคู่แข่ง จึงขอเว้นวรรคอีกสมัย
ปชน. สรรหาผู้สมัครนายกเล็ก ซึ่งมีผู้สนใจกว่า 10 คน แต่ต้องอกหักด้วยกฎเหล็ก สุดท้ายได้นายพงษ์ยุทธ หรือเหน่ง สุภัทรวณิชย์ อดีตที่ปรึกษานายกเล็กและรองประธานหอการค้านครราชสีมา มีศักดิ์เป็นพี่ชายและนามสกุลเดียวกับนายฉัตร สส. เขต 1 ท่ามกลางเสียงครหาใช้เส้นสายหรือล็อกสเปก ข้อเท็จจริงนายพงษ์ยุทธ เข้ามาตามกระบวนการผ่านกรรมการสรรหาส่วนกลางรวมทั้งสัมภาษณ์หลายรอบ จนได้เป็นผู้สมัครนายก ทน.นครราชสีมา เบอร์ 1 พรรคประชาชน ส่งผู้สมัครสมาชิกสภา (สท.) ครบทั้ง 4 เขต เบอร์ 1-6
แชมป์เก่า “โคราชชาติพัฒนา” เปลี่ยนม้ากลางศึก เนื่องจากนายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตนายกเล็กมีปัญหาสุขภาพ ส่ง “วัยเก๋า ประสบการณ์” นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อายุ 76 ปี อดีต รมว.พลังงาน รมว.อุตสาหกรรม และ ส.ส เขตโคราช 7 สมัย ผู้สมัครนายกเบอร์ 2 และผู้สมัคร สท.ทั้ง 4 เขต เบอร์ 7-12 ซึ่งมี 13 คน เป็นผู้สมัครหน้าใหม่และส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคหบดีและผู้มีชื่อเสียง
นายมารุต ชุ่มขุนทด หรือกอล์ฟ เจ้าของร้านกาแฟ “คลาสคาเฟ่” อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา เบอร์ 3 และนายอดุลย์ อยู่ยืน อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา อ.เมือง เขต 2 หลัง “โคราชชาติพัฒนา” ส่ง นพ.วรรณรัตน์ และปมแพ้การเลือกตั้ง ส.อบจ. ครั้งที่ผ่านมา ตัดสินใจนาทีสุดท้ายไขก๊อกตำแหน่งปรึกษา “มาดามหน่อย” นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ. ลงสมัครนายกเบอร์ 4 ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม “พลังโคราช” สท.ครบทั้ง 4 เขต เบอร์ 13-18
สรุปมีผู้สมัครนายกเทศบาล 4 คน
เบอร์ 1 นายพงษ์ยุทธ สุภัทรวณิชย์ พรรคประชาชน
เบอร์ 2 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล “โคราชชาติพัฒนา”
เบอร์ 3 นายมารุต ชุ่มขุนทด ลงสมัครอิสระ
เบอร์ 4 นายอดุลย์ อยู่ยืน “พลังโคราช”
วิเคราะห์สนามเทศบาลโคราช มีงบต่อปีกว่า 1.6 พันล้านบาทและโครงการงบค้างท่อเช่น จัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปา 1,995 ล้านบาท ระบบกำจัดขยะมูลฝอยที่ 2 กว่า 2 พันล้านบาท ความคืบหน้ารอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากมีการยื่นฟ้องคดี กรณีให้เพิกถอนการประกวดราคา กล่าวหากระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ล่าสุดสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง คาดจะมีคำพิพากษาในเร็วๆนี้และระบบและปรับปรุงรวบรวมน้ำเสียระยะที่ 3 ได้ผ่านขั้นตอนการศึกษา 12 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1 พันล้านบาท รวมทั้งการปรับปรุงสาธารณูปโภครองรับ รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ฯ รวมงบที่จะอนุมัติในสมัยหน้ากว่า 5 พันล้านบาท
ตัวเต็ง แชมป์เก่า “โคราชชาติพัฒนา” ผลคะแนนส่อถึงการเลือกตั้ง ส.ส ปี 2570 และแกนนำทั้งนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และหมอวรรณรัตน์ อายุเข้าเลข 7 หลัก การต่อสู้จึงเข้มข้น ดุเดือด ชนิดแพ้ไม่ได้ ระดมสรรพกำลังเต็มที่ ได้เปรียบคะแนนจัดตั้งโดยผู้นำ 98 ชุมชน และความพร้อมทุกด้าน
นายอดุลย์ ปฏิเสธ “มาดามหน่อย” มิได้อยู่เบื้องหลัง ยอมรับนายสุรวุฒิ รู้จักมักคุ้นทั้งเคยเรียนและทำงานร่วมกัน ได้เป็นที่ปรึกษาให้ข้อมูลไอเดียพัฒนาเทศบาล อาศัยประสบการณ์ทำการเมืองท้องถิ่นร่วม 30 ปี คร่ำหวอดพบปะผู้นำชุมชนและจัดกิจกรรมสม่ำเสมอ
ประกอบกับผู้สมัครส่วนหนึ่งเคยเป็น สท.กลุ่มประสานมิตรและประธานชุมชน, อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และผู้สนับสนุนเป็นอดีต ส.อบจ. ผู้บริหารเทศบาลและองค์กรเอกชน จึงมีแฟนคลับใน 98 ชุมชน ค่อนข้างมาก ทำให้คะแนนต้องถูกแชร์พอสมควรและอาจชนะในเขตเลือกตั้งที่ 2 และ 4 รวมทั้งย่านการค้า
พรรคประชาชน นายพงษ์ยุทธ เปิดตัวและลงพื้นที่มาก่อน แม้นส่งผู้สมัครหน้าใหม่ อาศัยลูกขยันเดินเคาะประตูบ้าน ปราศรัยย่อยและยิงสื่อโซเซียลแบบหูดับตับไหม้ การเลือก ส.อบจ. คะแนนในเขตเทศบาล ทั้งๆที่ไม่ส่งนายกและเลือกตั้งวันเสาร์ แต่ผลคะแนนค่อนข้างดีและมากกว่าเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งที่ผ่านมา
ปชน.ทำการบ้านมาอย่างดี รวมทั้งได้เชิญแกนนำทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายรังสิมันต์ โรม และช่อ พรรณิการ์ วานิช ลงพื้นที่สร้างกระแสให้หวือหวาช่วงโค้งสุดท้าย สร้างโอกาสตัดสูทผูกไทด์ถ่ายรูปเหมือนกัน
ส่วนนายมารุต หวังเป็นตาอยู่จากผลคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.เขตเทศบาลกว่า 2.4 หมื่น ใช้กลยุทธ์ปั่นจักรยานจอดตามแหล่งชุมชน ไลฟ์สดสร้างคอนเทนต์ด้วยแรงบันดาลใจให้ปัง ที่ผ่านมาสนามเทศบาลสมัครอิสระยังไม่เคยมีใครชนะ ส่วนใหญ่ได้ลำดับท้ายๆ และคู่แข่งทั้ง 3 คน ต่างมีคะแนนจัดตั้งและ ทีม สท.ครบ จึงได้เปรียบรวมทั้งคะแนนโซเซียลได้งัดทีเด็ดออกมาโพสต์ทุกวันเช่นกัน
วันที่ 11 พ.ค.2568 เป็นวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง เฉลี่ยผู้มาใช้สิทธิประมาณ 60 % จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งสิ้น 93,983 คน นโยบายเด็ดของผู้สมัครทั้ง 4 เบอร์ เน้นแก้ปัญหาน้ำประปาขาดแคลนและกระตุ้นเศรษฐกิจ เบอร์ไหนโดนใจได้คะแนนเกิน 2 หมื่น มีโอกาสเข้าป้ายชนะและผลรวมต่างกันไม่มากนักอาจตัดสินด้วยภาพถ่าย