กทม. เร่งเคลียร์ซากตึก สตง. เหลือสูง 12 เมตร เดินหน้าค้นหาผู้สูญหายต่อเนื่อง คาดจะพบผู้ติดค้างเพิ่มจากชั้นที่ 18 ลงมา เปิดศูนย์พักพิง 3 แห่ง ให้ประชาชนได้รับผลกระทบเข้าพัก
วันที่ 19 เม.ย.2568 นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการกู้ซากตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว ว่า มีการรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถลดความสูงของยอดซากอาคารลงเหลือ 12 เมตร พร้อมเดินหน้าค้นหาร่างผู้ติดค้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ ตัวเลขผู้ประสบภัย รวม 103 ราย ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 47 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และยังคงติดอยู่ใต้ซากตึกอีก 47 ราย
โดยทีมกู้ภัย ยังคงปฏิบัติงานค้นหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละโซนแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ กทม. ทหารเข้าดำเนินการในโซน C และ D ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมูลนิธิเข้าดำเนินงาน โซน A และ B โดยเครื่องจักรหนักถูกระดมเข้าพื้นที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณโซนอิสราเอล ซึ่งคาดว่าจะพบผู้ติดค้างเพิ่มจากชั้นที่ 18 ลงมา
จนถึงขณะนี้ มีการขนย้ายเศษปูนและเหล็กรวม 307 เที่ยว ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้วประมาณ 4,400 ลิตร ทีมพิสูจน์อัตลักษณ์ (DVI) รวบรวมร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย และชิ้นส่วนอวัยวะอีก 14 ชิ้น เพื่อนำไปตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลต่อไป
ในส่วนของโพรงที่จะอยู่บริเวณด้านล่างของซากตึกนั้น ยังมีความหวังที่จะเจอคนงานที่รอดชีวิตหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าไม่น่าจะมีโพรงขนาดใหญ่แล้ว เพราะจากการวิเคราะห์ มองว่า อาคารมีทั้งหมด 30 ชั้น มีความสูง 90 เมตร รวมถึงมีน้ำหนักที่มาก พอถล่มก็ทับถมกันลงมาพร้อมกันในทีเดียวจนไปถึงชั้นใต้ดิน ขนาดหมวกนิรภัยของคนงานที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ 400 กิโลกรัม ก็ถูกทับจนแบน
ด้าน ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปฏิบัติการค้นหายังคงใช้แผนเดิมต่อไป ยังไม่มีการปรับแผน ทั้งนี้ มีการคาดว่าจะถึงบริเวณชั้นหนึ่งได้ ในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ และอุปสรรคที่มีอยู่ตอนนี้ คือเศษเหล็ก เศษปูนที่นำออกมาแล้วไปไว้ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเริ่มมีพื้นที่ไม่พอ จึงจะประสานกับผู้ว่าการรถไฟ ขอใช้พื้นที่เพิ่มเติม ตอนนี้จะต้องเก็บเศษปูนเหล็กทั้งหมดไว้ในครอบครองของรัฐก่อน ส่วนในอนาคตหากคดีจบลงแล้วตัวเจ้าของทรัพย์สินจะเป็นผู้ดำเนินการ
ส่วนการป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากชั้นใต้ดินของตึก ป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังซ้ำเติมสถานการณ์
นอกจากนี้มีการเปิดศูนย์พักพิง ชั่วคราว 3 แห่ง 1.ศูนย์พักพิง กทม. 2.ศูนย์พักพิงโรงเรียนวัดเสมียนนารี เขตจตุจักร 3.ศูนย์พักคอยญาติผู้ประสบภัย เขตจตุจักร และยังเปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยเดิมได้ ลงทะเบียนขอที่พักผ่าน Airbnb ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 613 ครัวเรือน
สำหรับศูนย์พักพิงโรงเรียนวัดเสมียนนารี ยังรองรับได้อีก 150 คน ขณะที่ศูนย์พักคอยญาติ เขตจตุจักร มีความจุ 82 คน ปัจจุบันเข้าพัก 75 คน ยังเหลือที่ว่างอีก 7 คน