พีระพันธุ์ แจงชัด ปมโครงการประมูลไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกะวัตต์ ยันทำตามกฎหมาย หากพบผิดยกเลิกสัญญาได้ทันที ไม่ต้องรอ 25 ปี

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเซ็นสัญญาซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านได้ตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนที่ผ่านมา และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ได้ตอบไปอย่างครบถ้วนแล้ว

โครงการประมูลดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2565 ในรัฐบาลที่ผ่านมา ในรอบแรกมีการประมูลขนาด 5,200 เมกะวัตต์ หลังประมูลเสร็จสิ้น ผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือกได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ แต่ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยยกฟ้องทุกกรณีแล้ว จึงไม่มีข้อกฎหมายใดเป็นอุปสรรคต่อการลงนามในสัญญาอีกต่อไป

การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง จึงเริ่มทยอยดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยมีเงื่อนไขกำหนดให้ กฟผ. ต้องลงนามในสัญญาภายใน 2 ปี โดยในส่วนของไฟฟ้าจากแสงแดดจะครบกำหนดในวันที่ 18 เม.ย.68 ส่วนพลังลมครบกำหนดภายในปี 69

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า สำหรับการซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวน 5,200 เมกกะวัตต์ในเฟสแรกนั้น มีการประมูลที่ 4,852 เมกกะวัตต์ มีสัญญาทั้งสิ้น 175 ฉบับ มีโครงการ ที่ กฟผ.เกี่ยวข้อง 83 โครงการ และเซ็นสัญญาแล้ว 67 โครงการ โดยดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 65 ทางกฤษฎีกาได้ให้ข้อเสนอแนะว่า เนื่องจากมีการเซ็นลงนามสัญญาไปแล้วหากยกเลิกหรือชะลอการเซ็นลงนามสัญญาส่วนที่เหลืออาจจะทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมาย

ส่วนของ 16 โครงการที่ยังไม่ได้ลงนามนั้น หากจะหยุดกระบวนการทันที จะทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมาย เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนที่มีการดำเนินการล่วงหน้าแล้ว และ กฤษฎีกาได้แนะนำให้ กฟผ. ใส่เงื่อนไขในสัญญาเพิ่มเติมว่า หากภายหลังพบว่าการประมูลมีปัญหาทางกฎหมายหรือผิดขั้นตอนใดๆ สามารถยกเลิกสัญญาได้ โดยไม่ต้องรอให้ครบสัญญา 25 ปี

ดังนั้น ทั้ง 3 สัญญาที่ลงนามไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงดำเนินการตามเงื่อนไขที่ต้องลงนามในสัญญาภายใน 2 ปี และมีการปรับเงื่อนไขของสัญญาตามคำแนะนำของกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว ขอให้วางใจได้

สำหรับ 16 สัญญาที่เหลือ นายพีระพันธุ์ ได้หารือกับผู้ว่าการ กฟผ.เพื่อหาช่องทางทางกฎหมาย ชะลอการลงนามเพื่อให้มีเวลาตรวจสอบประเด็นที่สังคมกังวลอย่างรอบคอบ ส่วนใหญ่เป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานงานลม โดยจะครบกำหนดในปี 69 ซึ่งขณะนี้ ผู้ว่าฯ กฟผ. กำลังตรวจสอบข้อกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางดำเนินการให้สอดคล้องกับกรอบอำนาจที่มี

จึงขอให้มั่นใจว่าการเซ็นสัญญาครั้งนี้ จะไม่เป็นข้อผูกมัดไป 25 ปี เพราะสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันที หากพบว่ามีการกระทำผิด และขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจของนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน แต่เป็นเงื่อนไขที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 65 และรมว.พลังงาน ไม่มีอำนาจใน กกพ.เลย ส่วน กฟผ.นั้น รมว.พลังงาน มีอำนาจแค่กำกับ จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในเชิงโครงสร้างที่ต้องมีการแก้ไข

“ยืนยันว่า หากมีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าโครงการใดผิดกฎหมาย หรือ ไม่ชอบด้วยขั้นตอน สามารถยกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบอายุสัญญา 25 ปี รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่ขอให้การนำเสนอข้อกล่าวหาเป็นไปอย่างรอบคอบ และยึดข้อเท็จจริง มิใช่การบิดเบือนเพื่อหวังผลทางการเมือง” น.ส.ศศิกานต์ ระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน