นายกฯ ขันน็อตทุกหน่วยงาน เร่งเดินงบแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง หลังดำเนินการล่าช้า แจงครม.รับทราบ ถกเจซีอาร์ ไทย-กัมพูชา ก.ค.นี้ ลุยปราบแก๊งคอล-ยาเสพติด
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 29 เม.ย. 2568 ที่มหาวิทยาลัยนครพนม จ.นครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวสั่งการก่อนเริ่มประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่2/2568 ว่า วันนี้มาประชุมครม.สัญจร ที่จ.นครพนม และต้องขอบคุณรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่หลายที่เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้กระจายไปรับฟังปัญหาของประชาชน และตรวจเยี่ยมเรื่องโครงการต่างๆ
เรื่องแรกตนได้ไปเยือนกัมพูชามาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไปกับรัฐมนตรีบางคน ในโอกาสการครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 75 ปี โดยทางกัมพูชากับไทยได้หยิบยก 2 ประเด็นพูดคุยกัน ประเด็นแรกเป็นความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระหว่างชายแดน โดยทั้ง 2 ประเทศยืนยันจะร่วมมือกันใน 4 ด้านหลัก คือ
1.ร่วมกันแชร์หลักฐานข้อมูลต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปราบปรามอาชญากรรม 2.ร่วมกันบล็อกสัญญาณโทรศัพท์อินเทอร์เน็ต ที่มาจากเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ 3.ยกระดับมาตรการควบคุมชายแดนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการลักลอบขนสิ่งของที่ผิดกฎหมายข้ามแดน เช่น เรื่องยาเสพติด และ 4.ร่วมมือกันตรวจสอบคนไทยที่ทำงานในกัมพูชา โดยจะต้องมีใบอนุญาตการทำงานอย่างถูกต้อง
ตนขอกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน กรมศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร กสทช. รวมทั้งประสานความร่วมมือกับบริษัทเอกชนที่ให้บริการเครือข่าย ร่วมมือกันปราบปรามปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศมีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต และยกระดับเรื่องความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
และรอบนี้ไปได้เน้นย้ำเพิ่มเติมเรื่องยาเสพติด เพราะเรื่องนี้จริงๆ เป็นปัญหา ไม่ใช่แค่กับกัมพูชาเท่านั้น ยังมีอีกหลายประเทศ ฉะนั้น หัวข้อนี้ถือเป็นหัวข้อที่สำคัญ และจะไปติดต่อกับหลายประเทศ จะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยเพื่อขอความร่วมมือด้วย
ประเด็นที่สอง กรอบความร่วมมือภูมิภาคโดยเฉพาะอาเซียน ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นอำนาจในการต่อรองทางการค้ากับประเทศมหาอำนาจ ท่ามกลางกระแสการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอน การบังคับใช้นโยบายภาษีของอเมริกา จะส่งผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกหลายประเทศ
ซึ่งผู้นำในหลายประเทศอาเซียน เช่น มาเลเซีย กัมพูชา ได้มีการหารือกันในเรื่องนี้และมีความเห็นตรงกันว่า ประเทศสมาชิกในอาเซียนควรร่วมมือกันเจรจาและต่อรองโดยใช้จุดแข็งของแต่ละประเทศ หาข้อได้เปรียบในภาพรวม
ซึ่งจะทำให้ผลการเจรจาต่อรองไม่ได้เป็นของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จะเป็นของประเทศสมาชิกในอาเซียนด้วยกัน เช่น จุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ การเชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากรมนุษย์ โดยตนขอให้กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวบรวมความคิดเห็นต่างๆ เพื่อใช้การเจรจาต่อรองต่อไป
นายกฯ กล่าวว่า ไทยและกัมพูชา ตกลงที่จะจัดประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไทย-กัมพูชา Joint Cabinet Retreat – JCR) ไทย–กัมพูชา ระหว่าง 2 ประเทศ ที่จ.สระแก้ว เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาระหว่างชายแดนของ 2 ประเทศร่วมกัน ทั้งเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ PM 2.5 ยาเสพติด คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นภายเดือนก.ค.นี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือบรรลุเป้าหมายของทั้ง 2 ประเทศ
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สำหรับเรื่องการบริหารจัดการน้ำของ จ.สกลนคร และจ.นครพนม พบว่ายังมีปัญหามาก ต้องมีการบูรณาการติดตามงานให้เป็นระบบแบบแผนที่วางไว้ ทำให้การบริหารจัดการน้ำทั้งอุปโภคและบริโภค และน้ำสำหรับการเกษตร การป้องกันการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ตอนนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเท่าที่ควร และมีหลายโครงการที่มีการอนุมัติแล้วตั้งแต่ปี 2563 แต่ดำเนินการได้น้อย
ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูในกระบวนการ ซึ่งจะมีรายละเอียด ขอให้ติดต่อ นพ.พรหมมินทร์ สุริยเดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ บางโครงการติดข้อกฎหมายจากหลายกระทรวง ขอให้เร่งทำเพราะได้อนุมัติไปแล้วตั้งปี 2563 แต่ขยับงานได้น้อยมาก แค่ 5.5 เปอร์เซ็นต์ ผ่านมาหลายปีมากได้แค่ 5%
จึงขอความร่วมมือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งทำเรื่องนี้ หากติดเอกสารอะไรก็ขอความร่วมมือด้วย และให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เร่งรัดโครงการต่างที่ได้อนุมัติไปแล้ว ให้สามารถดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้ประชาชนของ 2 จังหวัดนี้ และจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานไม่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอีกต่อไป
“เรื่องงบประมาณที่เซ็นอนุมัติไปตั้งแต่ปี 2563 ถ้าเร่งได้สักครึ่งหนึ่ง จะลดปัญหาน้ำแล้งได้อย่างชัดเจน ฉะนั้น ขอให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูเรื่องน้ำท่วม-น้ำแล้งว่า ติดที่อะไร งบประมาณที่ผ่านไปแล้วช่วยเอามาคลี่คลายกันหน่อยว่าสามารถจะทำได้อย่างรวดเร็วแค่ไหน” นายกฯกล่าว