สุชาติ เชื่อ ‘พีระพันธุ์’ แจงได้ปมถูกร้องถือหุ้นบริษัทเอกชน ไม่หวั่นกระทบพรรค ชี้มีคนเก่งเยอะ ยันรวมไทยสร้างชาติไม่ได้ยึดติดตัวบุคคล

วันที่ 29 เม.ย.2568 ที่หอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม จ.นครพนม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติการถือหุ้นในบริษัทเอกชน 4 แห่งว่า เห็นตามข่าว แต่ไม่ทราบรายละเอียด เชื่อว่าน่าจะชี้แจงได้ และเลขาธิการพรรคจะต้องเป็นผู้ชี้แจง ซึ่งตนไม่รู้เรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

นายสุชาติ กล่าวว่า นายพีระพันธุ์ เป็นคนที่มีความรู้ด้านกฎหมาย ท่านชี้แจงของท่านได้ ส่วนข้อกังวลว่าจะกระทบกับตำแหน่งของรัฐมนตรี ในอนาคตหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นเรื่องของนายกฯ ทุกคนที่เป็นรัฐมนตรี ในวันนี้ไม่ได้เป็นได้ด้วยตัวเอง แต่นายกฯ แต่งตั้ง เชื่อว่านายพีระพันธุ์ ชี้แจงได้

เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่ากรณีของนายพีระพันธุ์ จะกระทบต่อนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่รู้ว่าต้นทางคืออะไร ตนได้ยินข่าวมาจากสื่อ ยังไม่มีข้อมูล

เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพในการต่อรองอะไรหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่เรื่องนี้ต้องถามกรรมการบริหารพรรค หรือเลขาธิการพรรค เมื่อถามย้ำว่าในฐานะที่อยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติ มองว่าจะต้องเร่งให้เกิดความชัดเจนหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ตนเป็นแค่สส.และสมาชิกพรรค นายพีระพันธุ์เป็นหัวหน้าพรรค ต้องชี้แจงเอง เพราะมีข่าวออกมาต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง พรรคจะต้องสรรหาบุคคลมาแทน อย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า หากถึงวันนั้นจริง ใช้คำว่าสมมติ ตนว่าในพรรคมีคนที่มีความรู้ความสามารถเยอะแยะ เราเป็นพรรคไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล เราทำงานในภาพรวม เป็นตัวแทนประชาชน จึงไม่ยึดติดกับตัวบุคคล ส่วนที่มีการจับตามาที่ตนนั้น คงยังไม่ถึงเวลา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นอย่างไร นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า เรื่องการปรับครม. เป็นอำนาจของนายกฯ ตอนนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯ ที่จะตั้งพวกเรามาทำงานเพื่อบ้านเมือง เราไม่สามารถตัดสินตัวเองได้

เมื่อถามย้ำว่าในพรรคได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ยังไม่มี อาจมีเพียงสมาชิกพรรคที่พูดคุย เพราะทุกคนอยู่ในข้อมูลเดียวกัน และรู้จักสื่อ ส่วนรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคก็ไม่ได้พูดถึงตรงนั้น เพราะยังไม่มีข้อมูลหรือสัญญาณอะไรทั้งสิ้น เราต้องให้เกียรตินายกฯ เพราะมีอำนาจแต่งตั้ง เราเป็นพรรคร่วม ใครเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ถึงวันนั้นในสถานการณ์นั้นก็มาว่ากันอีกที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน