ศิริกัญญา เชื่อ อัยการภาค 6 สั่งไม่ฟ้อง ‘พอล แชมเบอร์ส’ เป็นผลบวกเจรจาสหรัฐฯ แน่ ชี้ มูดี้ส์ ปรับลดความน่าเชื่อถือไทย สัญญาณเตือนภัยรัฐบาล

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2568 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีอัยการภาค 6 มีคำสั่งไม่ฟ้องดร.พอล แซมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 มองว่าจะมีผลต่อการเจรจากับสหรัฐอเมริกาหรือไม่ว่า การที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง อาจารย์พอล เป็นผลบวกกับการเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ แน่นอน หรือเรียกได้ว่าแก้ปมไปได้เปลาะหนึ่ง

แต่อาจจะยังมีปมอื่นๆ ที่ยังต้องแก้ เช่น เรื่องชาวอุยกูร์ที่ส่งกลับไป 40 คน แต่ยังเหลืออยู่อีก 5 คนที่ยังอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หรือไม่แน่ว่ายังมีพลเมืองอเมริกันที่ยังถูกจับกุมคุมขังอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตอนนี้รองนายกฯ ที่เป็นหัวหน้าทีมเจรจาออกมาบอกแล้วว่า สหรัฐฯ มีการพิจารณาเรื่องอื่น นอกเหนือจากเรื่องการค้า ฉะนั้น จึงควรสื่อสารกับประชาชนตรงไปตรงมาได้แล้วว่าเรื่องที่สหรัฐฯ พิจารณาที่ว่าคือเรื่องอะไร และรัฐบาลมีแนวทางหาทางออกเรื่องนี้อย่างไร

“ความล่าช้าที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปเพื่อการเตรียมตัว แต่เกิดจากข้อผิดพลาดของรัฐบาลเอง แล้วชดเชยความเสียหายหากการเจรจาบรรลุผลล่าช้า ตามหลังประเทศอื่นๆ จนทำให้เสียโอกาสของประเทศ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่า มูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody’s Ratings) ปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินไทย 7 แห่งเป็นลบจากคงที่ มองว่ารัฐบาลควรมีความกังวลอะไรหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องนี้รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลังตอบแค่ว่า หลายประเทศก็โดน เช่น ประเทศกัมพูชา ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่วิธีการวิเคราะห์ที่ถูกต้อง เพราะหลายประเทศก็ไม่ได้โดน แม้ว่าจะเจอสงครามการค้าเหมือนกับเรา

“จริงอยู่ว่าการปรับลดมุมมองจากมีเสถียรภาพเป็นลบ จะไม่ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลเพิ่ม เพราะเราไม่ได้กู้เป็นเงินตราต่างประเทศมากนัก แต่ก็ควรเป็นสัญญาณเตือนภัยให้รัฐบาลว่า ทำไมมูดี้ส์ถึงคิดว่าสงครามการค้าจะกระทบกับไทยมากกว่าประเทศอื่นๆ ปัจจัยภายในตัวไหนที่มีความเปราะบางต้องเร่งแก้ไข ไม่ใช่บอกว่าคนอื่นก็โดน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน