ปลอดประสพ โวย ผู้ว่าสตง. น่าจะเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ โดนเรียกตรวจสอบปมตึกถล่ม กลับไม่กล้ามาเอง ฝากถามหากเกิดเหตุแบบนี้กับหน่วยงานอื่นจะให้คำแนะนำอย่างไร
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกมธ.
โดยเชิญนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาชี้แจง แต่ติดภารกิจ จึงส่งนายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าสตง. มาชี้แจงแทน และมีกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง
นายปลอดประสพ กล่าวว่า วันนี้ ตึกสตง.ถล่มลงมาแล้วมีคนตายเป็นร้อยคน งบประมาณของรัฐอาจสาบสูญไปหรือเปล่าไม่รู้ และบริษัทประกันจะยอมจ่ายหรือไม่ เพราะเป็นพิบัติภัย และผู้แทนสตง. ที่มานั่งอยู่ในนี้ ตนคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับที่ตึกถล่ม เพราะตอนนั้นท่านยังไม่ได้รับผิดชอบอะไร แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว เราต้องช่วยกันไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก สิ่งที่เกิดขึ้นกับอาคาร สตง. ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย
“เราอย่ามาปฏิเสธว่ามันไม่มีอะไร เพราะมันมีอะไรแน่นอน การอ้างว่าปฏิบัติตามระเบียบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าเราปฏิบัติตามระเบียบ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา แปลว่าระเบียบนั้นมันเฮงซวย ใช้ไม่ได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบมันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่นอน ตึกถึงถล่มลงมา” นายปลอดประสพกล่าว
นายปลอดประสพ ยืนยันว่ากมธ.ชุดนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคดีใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จะปฏิรูป ปฏิวัติและเปลี่ยนแปลงระเบียบของทางราชการ ทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่า อาคารไม่ว่าของทางราชการหรือของเอกชน ที่จะเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องไม่มีเหตุการณ์เหมือนสตง.ถล่ม ประเทศไทยไม่อาจสูญเสียได้อีกเด็ดขาด
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า ตนจึงอยากขอร้องสตง. กรุณาช่วยเราสร้างประเทศไทย อาคารของประเทศไทยที่ปลอดภัยกับลูกหลานในอนาคต ฉะนั้นขอให้สตง.สบายใจ ในห้องนี้ไม่มีใครที่จะมารังแก หรือถามให้เสียเกียรติยศ ที่นี่ไม่ใช่ที่จะมาดูถูกใคร แต่ท่านต้องยอมรับความจริงเพราะเหตุมันเกิดที่ท่าน คนที่รู้ดีที่สุดก็คือพวกท่าน
“ผมเสียดายที่ผู้ว่า สตง.ไม่มาด้วยตัวเอง ติดอะไรก็ไม่แน่ใจ ในความเห็นส่วนตัวเอามาตรฐานตัวผมเป็นหลัก เป็นลูกผู้ชายไม่พอ ผมอยากใช้ ความเป็นคนอายุ 80 ปี เปรียบเทียบให้ฟัง ต้องเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้ ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ท่านต้องลุกขึ้นยืน อย่างกล้าหาญ เล่าให้พวกเราฟังว่าอะไรเกิดขึ้น สิ่งนี้จะลบล้างสิ่งที่ท่าน ได้รับการกล่าวหาหรือดูถูกดูแคลน
ฉะนั้น ถ้าไม่ลำบากเกินไป ขอให้นำคำของผมไปเรียนผู้ว่าสตง. และผมจะเชิญผู้ว่า สตง. กลับมาอีกแน่นอน เราประสงค์จะฟังคำอธิบายจากปากท่าน แต่เราก็เคารพรองผู้ว่าสตง. ที่จริงผมรู้มาก่อนล่วงหน้าแล้ว ว่าผู้ว่าสตง.ไม่มา ความจริงผมจะเชิญท่านรองกลับไปแล้ว แต่ผมถูกห้ามไว้ ว่าอายุมากแล้วอย่าใจร้อน ผมก็เชื่อทุกคนในกมธ.นี้” นายปลอดประสพ กล่าว
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า ตนเตรียมคำถามไว้ 20 ข้อ ที่จริงถามได้เป็นร้อยข้อ แต่จะให้ข้อที่ 21 ไว้ให้คิด แล้วไปเรียนผู้ว่าสตง.ขอให้มาตอบตน และกมธ.ว่า ในฐานะที่เป็นสตง. ตรวจงานมาเยอะให้คำแนะนำคนมาเยอะ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถ้ามันเกิดกับหน่วยงานอื่น ท่านจะให้คำแนะนำกับหน่วยงานอื่นอย่างไร
ยืนยันว่ากมธ.จะไปให้ถึงเป้าหมาย รวมถึงบทบาทและสถานะของสตง. เพื่อให้แน่ใจว่าสตง.ทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ เท่ากับท่านต้องถูกตรวจสอบด้วยเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกิดที่กรุงเทพฯอย่างเดียวเพราะเกิดเหตุกับตึกสตง.ในต่างจังหวัด แต่ดีที่มีแค่ 2 ชั้น ถ้าเป็นตึก 30 ชั้น จะว่าอย่างไร มันต้องมีอะไรที่ไหนไม่ดีสักอย่าง กรุณาบอกพวกเราด้วย ซึ่งตนพูดเรื่องนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจเพราะอยากให้งานประสบความสำเร็จ