สว.ฉัตรวรรษ เสียงอ่อย ขอโทษ กกต. ใช้คำก้าวร้าว โทษสื่อเอาไปลงข่าวไม่บอก คิดว่าแค่คุยธรรมดา เตรียมนัดคุยเพื่อน สว. ถูกหมายเรียก 19 พ.ค.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 พ.ค. 2568 ที่รัฐสภา พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงชี้แจงกรณีให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลธรรมนูญมีมติสั่งพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า จากข่าวที่นำเสนอเหมือนการใช้คำรุนแรงนั้น เป็นการพูดคุยโทรศัพท์กับสื่อมวลชนกันธรรมดา เป็นพี่เป็นน้องอาจใช้คำพูดในลักษณะหนึ่ง และสื่อไม่ได้บอกว่าจะขอเป็นข่าว
ส่วนการแถลงข่าวคือการแถลงข่าวต่อสาธารณะในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนักข่าวได้สอบถามกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ ซึ่งตอนนั้นตนจำไม่ได้ทั้งหมดว่าพูดคุยอะไรไปบ้าง
แต่ดูจากภาพข่าวเข้าใจได้ว่าได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ สิ่งที่เห็นว่าไม่สมควรคือการพูดคุยไม่น่าไปอัดคลิปและนำไปออกข่าวนำเสนอ ถ้าบอกก่อนว่าจะอัดคลิปไปเสนอข่าวจะใช้คำพูดอีกแบบ แต่ถ้าพูดคุยกันธรรมดาจะพูดคุยตามประสา
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวต่อว่า วันนี้จึงมาขอโทษที่พูดไปทำให้สังคมเข้าใจว่าตนมีเจตนาก้าวร้าว ไม่เคารพในองค์กร ขออนุญาตบอกว่าตนไม่มีจิตใจเป็นเช่นนั้น การแถลงข่าวทุกครั้งจะเคารพทุกองค์กร และขอโทษสังคมจริงๆ ต่อข่าวที่เผยแพร่ไป และไม่ถือโทษโกรธผู้ที่อัดคลิป แม้จะมองว่าผิดจริยธรรมสื่อมวลชน
ตนพร้อมให้ข้อมูลแต่ต้องบอกว่าอัดคลิป หรือเชิญไปให้สัมภาษณ์ ก็จะตอบให้ จึงอยากมาชี้แจงและขอโทษโดยเฉพาะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทุกเรื่องพร้อมที่จะพิสูจน์ สว.ทุกคนก็พร้อม เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายทำด้วยความสุจริตและโปร่งใสเราพร้อมหมด แม้กระทั่งการไปชี้แจงต่ออนุกรรมการ กกต. หรือในส่วนที่เกี่ยวข้อง
แต่ในส่วนข้อเท็จจริงคือข้อเท็จจริง และข้อเท็จจริงอาจจะจริงหรือเท็จก็ได้ ในส่วนที่เรารับทราบมา ซึ่งตนยังไม่ทราบว่าข้อมูลที่จะไปให้การต่ออนุกรรมการ กกต. แม้จะเป็นคนหนึ่งที่ได้รับหมายเรียก
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวต่อว่า ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจ การเชิญกลุ่มคนมาให้ถ้อยคำหรือเป็นพยานต้องชี้แจงว่าจะสอบประเด็นใดบ้าง ไม่ใช่แจ้งข้อหาผิดเกี่ยวกับการกระทำ เท่าที่ได้อ่านเอกสารก็ยังไม่รู้ว่าจะไปตอบประเด็นใด
ทั้งนี้ อยากย้อนกลับไปยังผู้ตั้งคำถามที่กล่าวหาว่ามีประเด็นที่จะให้ตอบหรือไม่อย่างไร และในเอกสารระบุว่าจะไปให้ถ้อยคำหรือไม่ไปก็ได้ พร้อมให้มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดติดตามไปด้วยก็ได้ 1 คน
ซึ่งถ้าสอบกันโดยเที่ยงธรรมก็ต้องสอบทั้ง 200 คน ไม่ใช่จะเอากลุ่มหนึ่งกลุ่มใดแล้วไปตั้งสีนั้นสีนี้ ตนไม่เข้าใจ ไปแล้วไม่สามารถไปตอบคำถามท่านได้ก็ไม่มีประโยชน์ ต้องดูเหตุและผล โดยจะหารือกับสมาชิกวุฒิสภาทุกคนที่ถูกเรียก หรือที่จะต้องถูกเรียกในอนาคตให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ยังมีเวลาอยู่ก่อนจะถึงวันที่ 19 พ.ค.
“ผมในฐานะตำรวจอาชีพ การพูดคุยกับใครหรือการอัดคลิปถือว่าไม่ให้เกียรติ ควรมาพูดคุยกัน ยิ่งถ้าเป็นผู้บังคับบัญชาสายตำรวจเรียบร้อยเลย เราไม่เคยกระทำ ผมไม่ถือโทษ แต่ต้องขอโทษสังคมหากข่าวที่เสนอไปกระทบสังคมไม่ว่าองค์กรใด โดยเฉพาะกกต.ผมมีความเคารพ เพราะการได้มาของผม กกต.พิจารณาว่าบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ตอนนี้เมื่อมีการร้องเรียนก็ต้องทำไปตามกระบวนการ ผมพร้อมรับทุกเงื่อนไขทุกกรณีที่ กกต.พิจารณาวินิจฉัยเรื่องการได้มาซึ่ง สว.ตามรัฐธรรมนูญ” พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าว
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ.ต.อ.ทวี หยุดปฏิบัติหน้าที่ดูแลดีเอสไอนั้น พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่ทราบและไม่ขอก้าวล่วง แต่การดำเนินการของดีเอสไอมีความไม่โปร่งใส ทำให้ประชาชนที่ถูกเรียกสอบเป็นพยานโดยเฉพาะใน จ.อำนาจเจริญ ทำให้สว.อำนาจเจริญได้รับความเดือดร้อนจากคนที่ถูกพนักงานสอบสวนของดีเอสไอสอบสวน ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม รู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ จึงร้องเรียนมาที่ สว.อำนาจเจริญและนำมาเสนอที่วุฒิสภา
ซึ่งตนพิจารณาแล้วเห็นควรให้ยื่นเพิ่มเติมไปต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าการสอบสวนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน แต่เป็นการได้มาซึ่ง สว.ซึ่งไม่เข้าข่ายคดีพิเศษ แต่จะเป็นเพราะประเด็นนี้หรือไม่ ตนไม่ทราบ ไม่อาจก้าวล่วงการพิจารณาของศาลได้
เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องสัญญาว่าจะให้ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า การจะต่อสู้คดีเราจำเป็นต้องได้ข้อเท็จจริงจากข้อกล่าวหาก่อนว่าตนไปสัญญาว่าจะให้กับใครที่ไหนอย่างไร เพื่อให้มีประเด็นที่จะไปตอบคำถาม
ถ้าบอกแค่ว่ามีความผิดเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว.แบบกว้างๆ ตนก็ไม่รู้ว่าจะไปตอบประเด็นไหน ซึ่งวันนี้ตนกลับมาอ่านเอกสารแล้วจะกลับไปทำคำชี้แจงของตัวเอง ยืนยันว่าจะชี้แจงอย่างแน่นอนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่จะต้องเป็นขั้นเป็นตอน แต่ถ้า กกต.ไม่เชื่อตรงไหนจะกำหนดวันไปชี้แจงด้วยตนเอง
เมื่อถามถึงการนัดหารือกับเพื่อน สว.ที่ถูกออกหมายเรียกและคาดว่ากำลังจะถูกออกหมายเรียก พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงของแต่ละคนเป็นอย่างไร และในแต่ละพื้นที่บริบทไม่เหมือนกัน คงจะไปชี้แจงแทนใครไม่ได้ แต่รูปแบบการชี้แจงและการได้มาคงคล้ายคลึงกัน
สำหรับกรณีที่ สว.ไม่เชื่อมั่นการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 นั้น พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการต่อสู้ แต่เป็นการพิสูจน์การได้มาซึ่ง สว. เราพร้อมให้พิสูจน์ เราไม่ได้ไปรบกับใคร แต่ถูกกระทำฝ่ายเดียวมาตลอดจากการให้สัมภาษณ์สื่อ แต่เราไม่มีอะไรไปต่อสู้
ทั้งที่ทุกวันนี้เราแทบจะเป็นจำเลยของสังคม แต่เราก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ ตราบใดที่ กกต.รับรองเราว่ามาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และเสนอมาที่เลขาธิการวุฒิสภารับรองให้เราปฏิบัติหน้าที่ เราก็ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่ให้ไว้เท่านั้น ไม่ได้ไปก้าวก่าย
เมื่อถามย้ำว่ายอมรับการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 แล้วหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เขาได้พยานจากไหนตนไม่ทราบ แต่เมื่อมาประเมินแล้วว่าในชุดนี้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วย จึงน่าจะรับการตรวจสอบของดีเอสไอทั้งหมดเข้ามาพิจารณา และใช้อำนาจอนุกรรมการ กกต. เรียก สว.เข้าไปให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารไปชี้แจง
ซึ่งเราอาจต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง เพราะอาจมี สว.ติดภารกิจหรือเดินทางไปต่างประเทศ และส่วนตัวจะขอตั้งหลักก่อนพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร