อนุทิน ยันแพ็กกับทุกพรรค เชื่อกล้าธรรมมีสมาชิกเพิ่ม เสียงรัฐบาลยิ่งปึ้ก ชี้คดีทักษิณ ไม่สะเทือนรัฐบาล มั่นใจนายกฯอยู่ครบเทอม ไร้สัญญาณปรับ ครม. โต้กระแสคว่ำงบ 69
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 19 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ถูกวิจารณ์ว่ากำลังตึงเครียดระหว่างสีแดง และ สีน้ำเงินว่า ทุกอย่างเป็นปกติ และรัฐมนตรีทุกคนก็เดินทางมาให้การต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสาธาณรัฐอินโดนีเซียกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทำไมสื่อถึงไปมองว่าตึงเครียด สถานการณ์ขณะนี้ไม่มีอะไรเลย
เมื่อถามว่าตอนนี้พรรคเพื่อไทยแพ็กกับพรรคกล้าธรรม เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังโพสต์ภาพนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยแพ็กกับทุกพรรค แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้าน หากทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศบ้านเมืองและประชาชน ก็พร้อมหมดทุกอย่าง เราเอาประชาชนเป็นหลัก
เมื่อถามว่าการเติบโตของพรรคกล้าธรรม เป็นการคานอำนาจพรรคภูมิใจไทยในรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ซึ่งทุกพรรคต้องการเติบโต หากพรรคไหนรับใช้ประชาชน และทำให้มั่นใจได้พรรคนั้นก็จะเติบโต เหมือนพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามว่านายอนุทิน ยังพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมได้ดีอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้คุยกัน คุยกันตลอดเวลา และทำงานด้วยกัน
เมื่อถามย้ำครั้งที่ 10 ถึงกระแสการปรับครม.มีหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า “ไม่มี ขอตอบครั้งที่ 11 ว่าไม่มี”
เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลมีความเข้มแข็ง วันนี้ 320 กว่าเสียงแล้ว และยิ่งมีสมาชิกในพรรคกล้าธรรมมาเพิ่ม ยิ่งทำให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้น จึงทำให้ตนไปผ่าตัดรักษาเลนส์ตาได้อย่างสบายใจ
เมื่อถามว่าสถานการณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เกี่ยวกับคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพร้อมหรือไต่สวนคดีชั้น 14 ในวันที่ 13 มิย.จะกระทบรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน ปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ส่วนรัฐบาลเป็นเรื่องฝ่ายบริหาร ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลต้องอยู่บริหารประเทศไป พร้อมอธิบาย 3 เสาหลักประกอบด้วย บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ แยกหน้าที่กันอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงความเป็นพ่อลูกของนายทักษิณ กับนายกฯ ถูกมองว่าเกี่ยวพันกันอยู่แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ตนที่เติบโต และมีภาระการรับผิดชอบระดับบริหารประเทศได้ ทุกคนต้องแยกแยะถูกว่า อะไรเป็นเรื่องส่วนรวมของประเทศ ประชาชน และเรื่องส่วนตัว นำมารวมกันไม่ได้ หากนำมารวมกันก็ทำงานไม่ได้ ซึ่งยังไม่เคยเห็นใครในรัฐบาลเอาเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม มารวมกันในการทำงาน
เมื่อถามว่ามองสัญญาณบวกของสีน้ำเงินเป็นอย่างไรหลังศาลต่างๆ มีท่าทีต่างๆออกมา นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มองอะไรเลยตนมองเรื่องการทำงาน สายตาที่เคยขุ่นมัว ตอนนี้เปลี่ยนเลนส์ตาเรียบร้อยแล้ว เห็นอะไรชัดๆ ใสปิ๊ง ทำงานได้แล้ว และกลับมาใส่แว่นก็หล่อเหมือนเดิม
เมื่อถามว่ามองเห็นอนาคตรัฐบาลชัดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ชัดครับ ครบเทอม”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทย จะคว่ำร่างงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 69 นายอนุทิน ปฏิเสธพร้อมยืนยันไม่มี ข่าวที่ออกมาไม่รู้ว่าใครเอาไปพูด เพราะเรื่องงบประมาณ รัฐบาลทำมาด้วยกัน และ ผ่านความเห็นชอบจากครม.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
กระทรวงมหาดไทย ที่ตนรับผิดชอบ งบประมาณ 4 แสนล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 5 แสนล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม 2 แสนล้าน กระทรวงแรงงาน ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงดังกล่าวที่ตนกำกับดูแล งบประมาณเกือบ ล้านล้านบาท
ฉะนั้น หากไม่เห็นชอบหรือไปโหวตคว่ำ มันจะผ่านมติครม.ได้อย่างไร รวมถึงกระทรวงอื่นๆ นี่เป็นเรื่องของรัฐบาล และประชาชนก็ให้การสนับสนุน เพราะเป็นงบประมาณที่เราทำเอง