ทนายยิ่งลักษณ์ ยืนยันขอพิจารณาคดีใหม่ได้ เผยหลักฐานการขายข้าว 18 ล้านตัน-รายได้ ส่วนหลักฐานชิ้นใหม่นอกเหนือจากนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานอยู่
เมื่อวันที่ 23 พ.ค.68 หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง ให้เพิกถอนคำสั่งประกาศกระทรวงการคลังกับพวก ในการยึดเพื่อทำการขายทอดตลาด เรื่องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เฉพาะในส่วนที่เกิน 10,028 ล้านบาท ในส่วนที่ปล่อยปละละเลยประเด็นการระบายข้าวจนเกิดความเสียหาย ศาลปกครองสูงสุดยังให้ผู้ถูกฟ้องคดีกันส่วน เพื่อนำมาขายทอดตลาดตามสิทธิ์ของนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2
ต่อมาทนายความส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เผยหลังจากนี้จะนำหลักฐานที่เป็นการขายข้าว 18.5 ล้านตัน ที่ได้ราคา 1.4 แสนล้าน ภายในรัฐบาลของน.ส.แพทองธาร เข้าไปเป็นหนึ่งในหลักฐานเพื่อขอยื่นพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง
ล่สุดนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า การยื่นหลักฐานดังกล่าว เพื่อขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ โดยสามารถทำได้ เพราะใน พ.ร.บ.จัดตั้งวิธีพิจารณาคดีปกครองมาตรา 75 กำหนดไว้ให้สามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการภายในระยะเวลา 90 วัน หลังจากที่รู้คำพิพากษาคดีดังกล่าว โดยขั้นตอนเหมือนกับการยื่นฟ้องใหม่อีกครั้ง แต่เป็นประเด็นเรื่องการชดใช้สินไหมทดแทนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์
เมื่อถามว่าหลักฐานที่ทีมทนายเตรียมเอาไว้ เพื่อขอยื่นคำร้องพิจารณาคดีใหม่มีอะไรบ้าง นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทีมทนายกำลังรวบรวมหลักฐานชิ้นใหม่อยู่ โดยจะเป็นเรื่องของการขายข้าว 18.5 ล้านตัน และจำนวนเงินที่ได้รับจากการขายข้าวครั้งนี้โดยหลักๆ จะเป็นเรื่องนี้ที่ทางทีมทนายความจะใช้ ส่วนหลักฐานชิ้นใหม่นอกเหนือจากนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานอยู่
เมื่อถามว่าศาลจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง หรือไม่พิจารณาคดีใหม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ตามข้อกฎหมายเขียนเอาไว้อยู่แล้วว่า ต้องมีหลักฐานใหม่ ที่ไม่เคยถูกพิจารณานำมายื่นในคดีเก่า และถ้ารับไว้พิจารณาแล้วจะทำให้เป็นเหตุในการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาเดิมได้