‘เพื่อไทย’ เป็นห่วง ‘ยิ่งลักษณ์’ คดีจำนำข้าว ยัน มีช่องทางต่อสู้จากการขายข้าว เผยเป็นหลักฐานใหม่ ยังไม่เคยเข้าสู่การพิพากษา เบรกคนวิจารณ์ ทำไมไม่พูด 112 ย้อนไม่ต้องถกเถียงนอกสภาฯ รอฟังตอนเปิดสมัยเปิดทีเดียว 9 ก.ค.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค แถลงถึงจุดยืนพรรคเพื่อไทยในคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงเป็นใยและสงสาร เนื่องจากหลายท่านทราบดีว่าคดีเรื่องการจำนำข้าวนั้น เป็นคดีที่เกิดขึ้นในช่วงการปฏิวัติรัฐประหาร และเป็นหนึ่งในเหตุผลของการยึดอำนาจในขณะนั้น เวลาผ่านไป 10 กว่าปี ตนเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทีมกฎหมาย มีทนายที่ร่วมต่อสู้คดี แต่เมื่อคดีถึงที่สุดพรรคเพื่อไทยก็ต้องยอมรับในคำตัดสิน และอยากจะใช้ช่องทางกฎหมายเท่าที่เหลืออยู่ต่อสู้ในคดีนี้
“พรรคเพื่อไทยเองเป็นกำลังใจให้ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ขอเรียนว่าหลังจากที่ตัดสินไปแล้ว มีการสอบถามมายังพรรคค่อนข้างเยอะมาก และเราก็ได้ไปพูดคุยกับฝ่ายกฎหมาย พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค ขอเรียนว่าคดีนี้ยังมีช่องทางพอในการต่อสู้ได้อยู่” นายดนุพร กล่าว
นายดนุพร กล่าวต่อว่า คดีนี้มีการขายข้าวได้ น่าจะเป็นหลักฐานใหม่ที่จะนำไปสู่การขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งชี้ขาดใหม่ได้ภายใน 90 วัน ตามมาตรา 75 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี พ.ศ.2542
“เป็นหลักฐานใหม่คือการขายข้าว 18.9 ล้านตัน เมื่อปีที่แล้ว ยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิพากษาในคดี เพราะเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นภายหลังสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว ฉะนั้น ทางพรรคเองมองว่าเป็นหลักฐานใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ดังนั้น เราจะใช้ช่องทางทางกฎหมายตามมาตรา 75 นี้เป็นช่องทางต่อสู้ต่อไป” นายดนุพร กล่าว
นายดนุพร กล่าวต่อว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนปฏิวัติ ซึ่งผู้นำการปฏิวัติในขณะนั้นได้ใช้มาตรา 44 หลายฉบับ เกี่ยวข้องกับคดีการจำนำข้าว แต่แน่นอนเราก็ต้องต่อสู้กันไปโดยใช้หลักฐานใหม่ ส่วนเรื่องนี้ที่เห็นว่าเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยลงโพสต์ ตนขอเรียนว่านโยบายจำนำข้าวนั้น เป็นนโยบายหลักที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียงเมื่อปี 2554 พวกเราชนะการเลือกตั้งส่วนหนึ่งก็มาจากนโยบายนี้ นโยบายการจำนำข้าวนั้น ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาสามารถลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้น เป็นเหตุจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยจะต้องลงโพสต์ชี้แจง พูดถึงข้อเท็จจริงเรื่องของคดีนี้ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร
นายดนุพร กล่าวต่อว่า ส่วนหลายท่านที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบคดี 112 เป็นการเมืองหรือไม่ ทำไมไม่แสดงความเห็น ตนต้องเรียนว่าในเดือนกรกฎาคมจะมีการเปิดประชุมสภาฯ อย่างเป็นทางการ และในวันที่ 9 กรกฎาคมจะมีการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม ดังนั้น ไม่อยากให้ถกเถียงกันนอกสภาว่าเป็นการเมืองหรือไม่ ตนคิดว่าเมื่อถึงขั้นตอนของการพิจารณากฎหมายในวันที่ 9 กรกฎาคม ก็ไปพูดคุยอภิปรายในสภาฯ เราจะหาข้อสรุปได้ในวันนั้น รวมถึงเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้วย
เมื่อถามว่ามีนักกฎหมายวิเคราะห์ไม่สามารถนำข้าวที่ขายมาชดเชยได้ นายดนุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล เพียงแต่ว่าเราก็มีช่องทางทางกฎหมายที่เหลืออยู่ โดยใช้มาตรา 75 เราก็พยายามที่สุด ส่วนศาลจะรับหรือไม่รับ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องขอความเป็นธรรมต่อไป รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน การตำหนิรัฐบาลทำได้ เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีวาระ 4 ปี เหลืออีก 2 ปี ก็เลือกตั้งใหม่ หากคิดว่าพรรคเพื่อไทยทำอะไรไม่ถูกไม่ควรก็สามารถวิจารณ์ได้