กรณีฮั้วสว. และคดีชั้น 14 เป็นประเด็นร้อนการเมืองที่ถูกจับตาในเวลานี้

บทสรุปสุดท้ายของทั้ง 2 คดีจะจบอย่างไร
และจะเกิดแรงกระเพื่อมอย่างไรบ้าง

มุนินทร์ พงศาปาน

คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

คดีชั้น 14 เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร และผลทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นก็คงเกิดกับนายทักษิณเป็นหลัก ซึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการตัดสินของศาลฎีกา

การที่ศาลฎีกาใช้อำนาจตีความว่ามีอำนาจเข้ามาไต่สวนได้เอง โดยไม่ต้องมีการร้องขอจากองค์กรอื่นก็มีปัญหาอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว

มุนินทร์ พงศาปาน

 

นักกฎหมายถกเถียงกันว่าจริงๆ แล้ว เพราะกฎหมาย ไม่ได้ให้อำนาจศาลฎีกาอย่างชัดเจนในการริเริ่มไต่สวนเอง และมีการบังคับโทษตามกฎหมายหรือไม่ แต่ตอนนี้ศาล มองว่าตัวเองมีอำนาจด้วยตนเอง สิ่งที่ตามมาคือต้องมีการไต่สวน

ต้องดูว่าตามพยานหลักฐานศาลจะมองอย่างไร หากการตัดสินของศาลส่งผลร้ายคือนายทักษิณอาจต้องกลับไปรับโทษจำคุกในส่วนที่เหลือ แน่นอนจะกระทบกับพรรคเพื่อไทยในแง่ของศูนย์รวมทางจิตใจเท่านั้น เพราะนายทักษิณต้องกลับไปอยู่ในห้องขัง แต่เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

ขณะเดียวกันถ้าศาลยังไม่มีพยานหลักฐานถึงระดับว่าทำผิดกฎหมาย อาจเป็นเพียงการเตือนว่าอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็ได้ และการลงโทษหนักสุดคงเป็นเพียงให้นายทักษิณกลับไปรับโทษ แต่สุดท้ายแล้วคงไม่มีผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยโดยตรง

ที่มองว่าคดีชั้น 14 คงไม่ส่งผลถึงขนาดเรียกนายทักษิณกลับไปรับโทษ คงเป็นการเตือนมากกว่าเพราะศาลคงทราบประเด็นทางกฎหมายว่า เรื่องนี้มีคนจำนวนมากที่มองว่า ศาลไม่น่าจะมีอำนาจไต่สวนเอง เต็มที่คงเป็นสัญญาณเตือนว่าศาลจับตาดูอยู่

การบังคับโทษ การบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าอาจมีคนนำเรื่องนี้ไปขยายผลยื่นยุบพรรคเพื่อไทย แต่นั่นคงเป็นอีกสเต็ปต่อไปที่ต้องใช้เวลา

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่เหมือนเป็นการทำลายพรรคการเมืองซึ่งเป็นตัวแทนประชาชน เป็นเจตจำนงของประชาชนในการเลือกพรรคการเมืองเข้ามา การตัดสินยุบพรรคการเมืองไม่ควรจะเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย เพราะผลทางกฎหมายยุบพรรคจะส่งผลกระทบอย่างมาก

ขณะที่คดีฮั้วสว. ตอนนี้มีคนยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่มองว่ามันยังไม่เข้าเหตุในการล้มล้างการปกครอง หากพรรคภูมิใจไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการฮั้วเลือกตั้งสว. จะเป็นเรื่องของนักการเมืองหรือสส.พรรค เข้าไปมีส่วนร่วมจะเป็นความผิดเฉพาะบุคคลไป

ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการได้มาของสว.ที่มีกำหนดไว้ว่า หากมีการทุจริตในการได้มาซึ่ง สว.ก็จะผิดกฎหมาย ฉะนั้นโทษจะเป็นความผิดเฉพาะตัวไป ไม่น่าจะโยงไปเป็นเหตุให้เกิดการยุบพรรคได้

ฉะนั้นทั้งสองกรณี เป็นเพียงแค่แรงสั่นสะเทือนทางการเมือง แต่โอกาสในทางกฎหมายที่ทำให้มันเกิดผลอย่างที่ต้องการยังคงเป็นเรื่องที่ยากอยู่ และทั้งสองคดีคงกระทบในแง่ของจิตวิทยา

กรณีนายทักษิณซึ่งเป็นคนที่มีอิทธิพลด้านความคิดต่อพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็เป็นพรรคแกนนำที่สำคัญมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล ในทางกฎหมายยังคิดว่าไม่ได้มีอะไรน่ากังวลมากนัก และทั้งสองกรณีเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร

สุดท้ายแล้วคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่บางคนวิเคราะห์กันว่าเป็นเกมการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองในภาพกว้างกว่านั่นว่าเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60 และเป็นปัญหาของกลไกตามกฎหมายที่รัฐธรรมนูญปี 60 ได้วางไว้

ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคใดก็แล้วแต่ที่เป็นรัฐบาล ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอนและความเสี่ยงถูกร้อง โดยใช้กลไกของรัฐธรรมนูญทำให้ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างราบรื่น

 

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ความน่าหวาดเสียวระหว่าง 2 คดี ในส่วนคดีชั้น 14 เป็นคดีเดิมไม่ใช่คดีใหม่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพียงแค่ไต่สวนหมายจำคุกกรมราชทัณฑ์มีเหตุใดไม่จำคุก

เพราะตามกฎกระทรวงว่าด้วยการส่งผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ หากป่วยด้วยโรคเฉพาะทางหรือรักษาในสถานพยาบาลของเรือนจำแล้วอาการไม่ทุเลาหรือดีขึ้นใน 30 วันแรกผบ.เรือนจำมีอำนาจส่งไปรักษาตัวข้างนอก

จึงเป็นเรื่องที่ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในส่วนของ 30 วันแรก ส่วนที่เกิน 30 วัน เป็นอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ต้องไปชี้แจงต่อศาลว่าช่วง 6 เดือน ที่นายทักษิณ ชินวัตรไม่ได้อยู่ในเรือนจำ มีอาการป่วยเฉพาะทาง หรือสถานพยาบาลรักษาในเรือนจำรักษาไม่ได้

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

 

ดังนั้น คดีชั้น 14 ถึงเร็วเพราะไม่ใช่คดีใหม่ เป็นการไต่สวนซึ่งข้อเท็จจริงไม่ซับซ้อน เนื่องจากแพทยสภาดำเนินการเรื่องนี้แล้ว โดยจะมีผลอย่างหนึ่งอย่างใดออกมา อาจไต่สวนแค่ 2-4 ครั้ง คือจบเร็ว

ส่วนคดีฮั้วสว. มีคนเกี่ยวข้องมากกว่า ถ้าว่ากันตาม หลักฐานที่ดีเอสไอส่งให้ กกต. มีคนที่มีชื่อในโพยได้รับเลือกเป็นสว.ถึง 138 คน เรื่องนี้จึงจะมีผลช้ากว่าเพราะยังอยู่ในชั้นไต่สวน

เมื่อชุดเล็กไต่สวนเสร็จก็ทยอยให้สว.ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจง เมื่อกกต.ชุดเล็กมีความเห็นเสร็จ แล้วดูว่าสามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้หรือไม่ เหลือกี่คนที่อนุกกต. เห็นว่าหักล้างข้อกล่าวหาไม่ได้ก็จะส่งให้กกต.ชุดใหญ่ เพื่อให้มีความเห็นก่อนส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา หากศาลรับคำร้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

โดยหลักหากเรื่องผ่าน กกต.ไปแล้ว โดยทั่วไปศาลฎีกาจะรับคำร้องไว้ หมายความว่าระหว่างศาลฎีกาพิจารณา สว.ที่ถูกกกต.ส่งคำร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ขั้นตอนจากกกต.ไปศาลฎีกายังน่าสงสัยว่าจะช้าหรือเร็วแค่ไหน เพราะในแง่ ของกกต. 10 เดือนที่ผ่านมา ค่อนข้างทำงานช้า

มีระเบียบภายในของกกต.ว่ากกต.ต้องทำสำนวนให้เสร็จภายใน 1 ปี จึงเป็นไปได้ว่าอนุกกต. ต้องส่งให้ชุดใหญ่ภายในเดือนก.ค. แต่ไม่ทราบชุดใหญ่จะใช้เวลานานอีกแค่ไหนถึงจะส่งต่อให้ศาลฎีกา

ผลจากคดีนี้จะกระทบมากกว่าคดีชั้น 14 เพราะมีคนเกี่ยวข้องจำนวนมาก และสว.มีอำนาจเลือกองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นกกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช.

หากมีสว.ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่กระบวนการที่ว่านี้ก็จะ มีคำถามตามมาว่าต้องชะลอหรือไม่ หรือหากศาลฎีกา วินิจฉัยว่าพ้นตำแหน่งและมีจำนวนมากจะมีผลแน่นอนต่อเรื่องของการออกเสียงต่างๆ ในวุฒิสภา

ส่วนกรณีชั้น 14 ไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ถ้าถึงขนาดให้กลับไปจำคุกก็จะมีผลกระทบทางการเมืองมากกว่า อาจกระทบไปถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ด้วย

แต่ถ้าคำสั่งศาลไม่ถึงขนาดนั้น ว่ากันตามความเห็นของแพทยสภาซึ่งลงโทษแพทย์เจ้าของไข้ให้ความเห็นทางการแพทย์ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง คือความเห็นที่บอกอาการ นายทักษิณไม่ทุเลายังกลับไม่ได้ ตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญว่า นายทักษิณเกี่ยวข้องมากแค่ไหน

โดยสรุปทั้งคดีฮั้วสว. และคดีชั้น 14 มีผลกระทบทางการเมืองมาก ซึ่งชั้น 14 มาก่อน คือ 13 มิ.ย.นี้ ส่วนฮั้วสว.ยังต้องใช้เวลาอีกระยะ แต่คงไม่ช้ามาก

ส่วนผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยนั้น กรณีที่พรรคภูมิใจไทยถูกยื่นยุบพรรคไม่แปลกอะไร เพราะแทบทุกพรรคที่มีบทบาททางการเมืองถูกยื่นถูกยุบกันมาแล้วทั้งนั้น

แต่จะถึงขั้นศาลรับคำร้องแล้วนำไปสู่การลงมติเลย หรือไม่ อยู่ที่คดีฮั้วสว.มีหลักฐานว่าพรรคเข้ามาเกี่ยวหรือไม่ ถ้าปรากฏหลักฐานพรรคภูมิใจไทยคงต้องกังวล อย่างไรก็ตาม ความยุติธรรมจะมีธงล่วงหน้าไม่ได้ ต้องว่าตามข้อเท็จจริง และทุกอย่างไม่ควรเป็นเรื่องการเมือง

หากทั้งสองคดีออกในทางร้ายแน่นอนว่าจะกระทบถึงรัฐบาลแน่นอน ความหมายคือรัฐบาลจะอยู่ไม่ครบ 4 ปี โดยเฉพาะคดีชั้น 14 จะมีผลกระทบไปถึงตรงนั้นได้

 

โคทม อารียา

ผอ.ศูนย์สันติวิธีศึกษา ม.มหิดล

หากพูดกันแบบตรงไปตรงมาอยากให้ทั้งกรณีชั้น 14 ของนายทักษิณ ชินวัตร และกรณีฮั้วเลือกสว.ดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการดีล ไม่มีการต่อรองหรือเดินสายขอร้องกัน ทั้งสองกรณีคนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ดังนั้นขอให้ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ตามเนื้อผ้าดีที่สุด เรื่องเหล่านี้ประชาชนคนธรรมดาไม่เดือดร้อนอะไร

และมองทั้งสองกรณีไม่น่าจะส่งผลสะเทือนอะไรกับรัฐบาล กรณีชั้น 14 ของนายทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นบุคคลภายนอกที่เขาต้องไปต่อสู้ในคดีที่ถูกกล่าวหา ศาลจะลงโทษหรือไม่ลงโทษก็เป็นเรื่องของบุคคล อย่าไปโยงว่ารัฐบาลต้องสั่นคลอน

โคทม อารียา

 

กรณีฮั้วเลือกสว.ก็รู้กันอยู่ ข้อเท็จจริงจะสาวไปถึงใคร ก็ว่าไปที่คนนั้น พิสูจน์ว่ามีการฟอกเงินหรือไม่ เข้าข่าย อั้งยี่หรือไม่ ขอให้ว่ากันเป็นบุคคลไปจะดีกว่า ส่วนจะ ไปถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่นั้นส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการ ยุบพรรค

ทั้งสองเรื่องอาจส่งผลสะเทือนกับรัฐบาลบ้าง แต่ขอให้แยกปัญหากับตัวบุคคลหรือกับพรรคการเมือง แยกแยะให้ดี ทุกฝ่ายทำใจให้สบายๆ แล้วขอให้เลิกอ้างประชาชนว่าประชาชนจะเดือดร้อนหากมีการเปลี่ยนรัฐบาล

มองว่าประชาชนเฉยๆ หากรัฐบาลนำดำเนินนโยบายดี เราก็ชอบ แต่หากใช้วิธีไม่ชอบมาพากลอย่างเช่นกรณีการฮั้วเลือกสว.เราก็ไม่ชอบ ดังนั้นขอให้ประชาชนสบายใจเรื่องบางเรื่องไม่ควรทำ เมื่อทำไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบกันไป

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นนิติสงครามระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจนอาจส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองเกิดความวุ่นวายนั้น ยังพูดไม่ได้ เพราะเป็นการคาดเดาว่าจะวุ่นหรือไม่วุ่น

แต่ที่เสนอคืออย่าให้เกิดความวุ่นวายจะดีกว่า เหมือนไปดูกีฬาคนชมตื่นเต้น ลุ้นเกินจำเป็นว่าแดงเจอน้ำเงินแล้ว ต้องให้มันเด็ดขาดไปข้างหนึ่ง แบบนี้เชียร์เกินไป

สุดท้ายปลายทางของทั้งสองกรณีนี้ไม่เชื่อว่าจะมีการเกี้ยเซี้ยกันเกิดขึ้น ทำไม่ได้ เพราะจะเป็นการพาดพิงไปถึงกระบวนการยุติธรรม จะทะเลาะกันในทางการเมืองก็ว่าไป แต่จะไปบอกว่าจะไปเกี้ยเซี้ยหรือล็อบบี้ศาลฎีกาได้คิดเลยธงไปแล้ว

ดังนั้นอย่าให้มีการเกี้ยเซี้ย ว่ากันไปตามเนื้อผ้า ตามกฎหมายดีที่สุด ประชาชนก็ดูให้สนุก ไม่ต้องไปตื่นเต้นหรือหวาดเสียวกับพรรคที่เกี่ยวข้อง หากทำเรื่องไม่ชอบมาพากลก็ต้องถูกลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน