ฐากร เผยงบฯปี 69 เสนอรัฐบาลเพิ่มกรอบวงเงิน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว ชี้ต้องเผชิญหน้ากับภาวะชะลอตัว มาตรการภาษีของทรัมป์

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.68 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีงบประมาณปี 2569 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรในวันที่ 28 พ.ค.ว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 รัฐบาลตั้งวงเงิน 3,780,600 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2568 จำนวน 27,900 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นเพียง 0.7 % ถือว่าเพิ่มขึ้นน้อยมาก

ตัวเลขที่เห็นชัดเจนคืองบฯปี 2568 รัฐบาลไม่ได้ตั้งงบฯ รายจ่าย เพื่อชดใช้เงินคงคลังไว้เลย ดังนั้นการใช้เงินงบประมาณรัฐบาล จึงใช้ได้เต็มจำนวนที่ตั้งไว้ ต่างกับงบปี 2569 ที่มีการตั้งงบฯ รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 123,541.1ล้านบาท เมื่อนำมาหักลบกับงบฯปี 2569 (3,780,600-123,541.1) คงเหลือจำนวนเงินงบประมาณที่แท้จริง 3,657,059.9 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าเงินงบปี 2568 ด้วยซ้ำ

นายฐากร กล่าวต่อว่า งบฯปี 2569 ที่สามารถนำมาพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจได้แท้จริงนั้น เป็นจำนวนเงินน้อยกว่างบประมาณปี 2568 อยู่ 95,641.1ล้านบาท ดังนั้นงบประมาณปี 2569 ของรัฐบาลจึงเป็นการตั้งงบประมาณที่ต่ำกว่าปี 2568

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเผชิญกับภาวะชะลอตัว และมีแนวโน้มเข้าสู่วิกฤตจากหลายปัจจัย อีกทั้งยังมีมาตรการภาษีของทรัมป์ การที่เศรษฐกิจจะโตถึง 1 % หรือกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน จึงเป็นไปแทบไม่ได้ จึงเห็นได้ว่า การจัดทำงบฯประมาณปี 2569 ด้วยจำนวนเงินดังกล่าว โอกาสที่รัฐบาลจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นไปได้น้อยมาก

นายฐากร เสนอว่า รัฐบาลต้องเพิ่มกรอบวงเงินงบฯปี 2569 ให้มากขึ้นกว่าที่ตั้งไว้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้น เศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และสามารถพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ได้มากกว่านี้ พร้อมกับเกิดการสร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกรอบวงเงินฯดังกล่าวรัฐบาลจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1) ปี 2564 พรบ.วินัยการเงินการ คลังของรัฐ ปี 2561 และ พรบ.วิธีการงบประมาณ ปี 2561 ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน