นันทนา ขอโทษประชาชน ยุติล่าชื่อ 20 สว. บี้ สว.เสียงข้างมาก มีจิตสำนึก ชะลอโหวตกรรมการองค์กรอิสระ “ทนายอั๋น” ลุยตามเรื่องต่อที่ อสส. ปมล้มล้างการปกครอง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 พ.ค. 2568 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. พร้อมด้วยกลุ่มอดีตผู้สมัครสว. และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ร่วมแถลงกรณีการเข้าชื่อ สว. เพื่อขอให้ สว.ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่

น.ส.นันทนา กล่าวว่า กราบขออภัยที่ไม่สามารถหาคนร่วมลงชื่อได้ครบ 20 คน เนื่องจาก สว.กลุ่มอิสระมีเพียง 40-50 คน จะหารายชื่อ 20 ถือว่าเป็นเรื่องยากมาก เพราะคำร้องถอดถอน สว.นั้นก็มีเนื้อหาแข็งกร้าว เป็นยาแรงจนอาจกระทบ สว.ที่ลงชื่อ และหากมีการตอบโต้เอาคืน สว.สีน้ำเงินก็สามารถรวมเสียงได้ง่ายชั่วพริบตา จึงขอประกาศยุติการล่าชื่อตั้งแต่วันนี้

ทั้งนี้ ขอยกคำพูดของนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า แม้กฎหมายไม่ได้ห้าม แต่ประเด็นละเอียดอ่อนกว่ากฎหมาย คือสมควรทำหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจมีปัญหาใหญ่ เวลาตรวจสอบคนที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่สำคัญ ต้องตรวจสอบทางจริยธรรมว่าเป็นแบบอย่างได้หรือไม่ เมื่อเราตรวจสอบเขา คนตรวจสอบก็ต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรม

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ในความเห็นของนายจรัญ เพื่อความรอบคอบเห็นว่าควรเลื่อนภารกิจนี้ไปก่อน เพราะคนในองค์กรอิสระ ท่านยังทำงานได้อยู่ ไม่ได้มีเหตุว่าถ้าไม่ผ่านภายในวันนี้ เดือนนี้จะเกิดสุญญากาศขึ้น นี่คือคำแนะนำของอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่แนะนำในเรื่องของการชะลอการลงมติออกไปให้กับ สว.เสียงข้างมาก โดยคำนึงถึงเรื่องจริยธรรมเป็นสำคัญ

ดังนั้น จึงอยากส่งเสียงไปยัง สว.เสียงข้างมากให้ตระหนักถึงเรื่องจริยธรรม แม้ในข้อกฎหมายจะไม่สามารถบังคับท่านได้ แต่ท่านก็ควรจะมีจริยธรรม โดยชะลอการลงมติในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เพราะการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่รุนแรง และเป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ กฎหมายใดๆ ก็ตามไม่ถึง

“ในรอบ 93 ปีของระบอบประชาธิปไตย ยังไม่เคยมีสภาชุดไหน ที่สว.ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าเข้ามาโดยมิชอบเกินกว่าครึ่งของสภา จึงต้องอาศัยจิตสำนึกและจริยธรรมของผู้ที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ในการเร่งร้อนใส่ผู้ที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และอาศัยช่วงการเปิดประชุมเพื่อพิจารณางบประมาณแผ่นดิน แต่กลับสอดไส้วาระพิจารณาเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเข้ามาอย่างมีพิรุธ” น.ส.นันทนา กล่าว

น.ส.นันทนา กล่าวว่า ส่วนแผนระยะยาว เราจะมีการเสนอให้แก้ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ให้การเห็นชอบตำแหน่งบุคคลในองค์กรอิสระเป็นการกระทำที่โปร่งใส มีการเปิดเผยประวัติความเป็นมา ทั้งด้านดี ด้านลบ คุณสมบัติ วิสัยทัศน์ให้ครบถ้วน เพื่อให้ประชาชนทราบ ไม่ใช่ปิดเป็นเรื่องลับ กระทำกันแบบมุบมิบจนเป็นระบบพวกพ้องดั่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่

อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนเริ่มมองเห็นความผิดปกติต่อเรื่องนี้ เห็นความไม่ชอบธรรมต่อการกระทำหน้าที่ของ สว.กลุ่มใหญ่นี้ จึงออกมาช่วยกันส่งเสียงคัดค้าน และขอเรียกร้องไปยังประชาชนให้ช่วยกันจับตาการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ช่วยกันส่งเสียง สื่อสาร ให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมของการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระของ สว. ที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ

ไม่อย่างนั้นจะเป็นการที่ สว.กลุ่มใหญ่นี้สามารถเลือกผู้พิพากษาตัดสินคดีของตัวเอง สามารถเลือกกรรมการในการมาตัดสินเรื่องร้องเรียนของตัวเอง ปัญหาทั้งหมดนี้เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่มีข้อบกพร่องมากมาย รั่วทุกจุด มีกล่องดวงใจใส่ไว้ในองค์กรอิสระ ให้มีอำนาจกว้างขวาง สามารถวินิจฉัยตัดสินคดีต่างๆ ตรวจสอบผู้มาดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้โดยผูกพันทุกองค์กร

แต่กลับเปิดช่องให้ผู้ที่เห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเหล่านี้ถูกคัดเลือกโดยสว. ซึ่งมาจากกระบวนการคัดเลือกกันเอง นี่คือความไม่ชอบธรรมของระบบ ดังนั้นจึงต้องหาวิธีในการยกร่าง แก้รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่ออุดช่องว่างในกระบวนการได้มาซึ่ง สว.ต้องเปลี่ยนกติกา เพื่อควบคุมขอบเขตองค์กรอิสระทั้งหลาย

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ในวันที่ 29 พ.ค. กลุ่มประชาชนจะมาแสดงสัญลักษณ์ในการขอให้ทางสว.หยุดในการลงมติใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระทั้งปวงตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป

ด้านทนายอั๋น กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใช้ สว. อีก 19 คน จนถึงวันนี้ตนจึงไม่แน่ใจว่า สว.สีน้ำเงินมีมากกว่า 140 คนหรือไม่ และไม่รู้ว่าคนที่เรียกตัวเองว่าสีขาว มาโดยอิสระเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ วันนี้ชัดเจนเราเห็นแล้วว่าสว.เสียงส่วนใหญ่พยายามนำญัตติในการรับรองสรรหาองค์การอิสระเข้าไป โดยไม่รับฟังเสียงพี่น้องประชาชน

จึงอยากถามคนที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ สังคมเฝ้ามองคุณอยู่ เมื่อสว.ส่วนใหญ่ไม่มีจิตสำนึก แล้วท่านมีหรือไม่ ถ้าเป็นตน ตนไม่รับ เพราะถูกโหวตโดยคนที่มีที่มาถูกเคลือบแคลงสงสัย

ดังนั้น อยากเห็นท่านแสดงสปิริตขั้นสูง ปฏิเสธไม่รับตำแหน่งในองค์กรอิสระในตอนนี้ โดยในสัปดาห์หน้าตนคงใช้ช่องทางสุดท้าย คือ เรื่องของการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะครบเวลา 15 วัน ที่ตนไปยื่นต่ออัยการสูงสุดไว้ ดำเนินการต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน