นายกฯ อิ๊งค์ สั่งเร่งสำรวจอากาศยานทุกลำ ย้ำคำนึงถึงความปลอดภัย-สวัสดิภาพตำรวจ “ผบ.ตร.” ฮึ่มถ้าพบทุจริต ฟันไม่เว้น แย้มเตรียมซื้อ ฮ.ใหม่
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย หลังเรียก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เข้าพบ เพื่อรายงานสถานการณ์เฮลิคอปเตอร์ตำรวจ รุ่นเบล 212 ตกที่จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยนายกฯ ระบุว่า จากกรณีเครื่องบินของกองบินตำรวจประสบอุบัติเหตุตกในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ได้เรียนเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกองบินตำรวจ มารายงานข้อมูลถึงสาเหตุของเหตุการณ์ รวมถึงแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
จากรายงานพบว่า อากาศยานของกองบินตำรวจ ทั้งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ จำนวนมากมีอายุการใช้งานยาวนาน และขาดการซ่อมบำรุงที่สมบูรณ์ จนอาจเป็นอันตรายต่อการปฏิบัติภารกิจ
จึงได้สั่งการให้กองบินตำรวจเร่งสำรวจสถานะของอากาศยานทุกลำ ทั้งที่ยังใช้งานอยู่ อยู่ระหว่างซ่อมบำรุง หรือพิจารณาปลดประจำการ เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ
รวมถึงการจัดหาเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ใหม่ให้เหมาะสมกับภารกิจในอนาคต เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แต่ชีวิตความปลอดภัย และสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายงานนายกฯ ว่า น.ส.แพทองธาร เป็นห่วงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จึงให้ตนและทีมงานของกองบินตำรวจมารายงานข้อมูล พร้อมสอบถามความต้องการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต้องการอะไร โดยให้พิจารณาแล้วนำมาเสนอ
ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีการออกมาเปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมบิน พร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อความจากนักบิน เรื่องที่เฮลิคอปเตอร์ไม่พร้อมใช้งาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนและผู้บริหารตำรวจ ตระหนักถึงสิ่งจำเป็นอันแรก คือความปลอดภัยของนักบินเป็นหลัก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นสูญเสียอย่างมาก

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า ส่วนการแสดงความคิดเห็นที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่สามารถพูดได้ แต่เราต้องตรวจสอบ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีใครประพฤติมิชอบ กระทำผิดสิ่งนั้นจะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด
เมื่อถามว่าในฐานะผู้บังคับบัญชา มองอย่างไรกับข้อความที่ว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่พร้อมบินแต่ต้องบิน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เราไม่ปฏิเสธความเห็นหรือการรับฟัง โดยเอาความเห็นดังกล่าวส่งให้จเรตำรวจแห่งชาติเพื่อเป็นประเด็นตรวจสอบ ย้ำว่าไม่ละเลยความเห็นใด
เมื่อถามย้ำว่าทางตร.จะขอเฮลิคอปเตอร์ใหม่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า การขออากาศยานใหม่อยู่ในแผนการบริหารงาน จะอยากได้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูภารกิจ ความจำเป็นและงบประมาณในสิ่งที่เราจะได้ และแนวคิดเรื่องการบริหารงานจากนี้ ตนคิดถึงไปถึง 10 ปีข้างหน้า โดยเอาเรื่องภารกิจและความจำเป็นกับอากาศยานที่มีอยู่มารวมกัน เพื่อดูว่าเราต้องการเท่าไหร่อย่างไร

เมื่อถามว่าเพจ CSILA เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์มีอยู่ 69 ลำสามารถใช้จริงได้แค่ 9 ลำ ขณะที่การซ่อมบำรุงไม่เป็นตามมาตรฐานและมีการทุจริต พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ทุกคนมีข้อมูล แต่เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทางผู้บริหารกองบินด้วยว่า จริงๆ แล้วมีเท่าไหร่ใช้ได้เท่าไหร่ ใช้ไม่ได้เพราะอะไร และที่ใช้อยู่หรืออยู่ระหว่างรอซ่อมเป็นการซ่อมตามวงรอบ ไม่ใช่ครบชั่วโมงบินที่กำหนดแล้วไม่ซ่อมไม่ดู อย่างนี้ถือว่าละเลย
แต่ถ้ามีการซ่อมเป็นปกติก็ไปดูว่าซ่อมตามวงรอบหรือไม่ ส่วนจะเกิดการทุจริตหรือไม่ต้องขึ้นกับการตรวจสอบ และย้ำว่าถ้าตรวจสอบแล้วมีการเบียดบังทุจริตอะไรก็ตาม เราดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพราะนี่คือชีวิตของมนุษย์ ชีวิตของนักบิน และชีวิตของผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ เราจึงจำเป็นต้องให้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งนายกฯ ได้กำชับการตรวจสอบเรื่องนี้ว่าให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องชีวิตคน