กรุณพล ซัด กรมการข้าว ใช้งบปีหลายหมื่นล้านแก้ปัญหาชาวนา แต่แก้ไม่ได้ เหน็บ สส.เพื่อไทยนำเมล็ดพันธุ์เก่ามาสีแจกจ่ายในนามตัวเอง เผยโครงการแปลงนาสาธิต ใช้งบ 2.5 ล้าน แต่ไร้ตัวชี้วัด

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 29 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระแรก เป็นวันที่สอง นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า จากการใช้งบประมาณที่ผิดทิศผิดทางมาตลอด 2 ปีของรัฐบาลนี้ ตนขอเป็นตัวช่วยรัฐบาลหาเงินในโอกาสสุดท้ายก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะพังแบบจริงๆจังๆ

ที่ผ่านมาจะเห็นชาวนาเรียกร้องปัญหาราคาข้าวทุกปี เราใช้งบปปีละเป็นหมื่นเป็นแสนล้านแก้ปัญหาให้กับชาวนา แต่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด ทุกวันนี้ตลาดข้าวของไทยถูกเวียดนามและอินเดียทุบจนแทบไม่เหลือเค้าโครง เพราะไม่มีพันธุ์ข้าวชั้นดีที่ให้ผลผลิตได้มากเทียบเท่ากับประเทศคู่แข่ง มีเกษตรกรตกหล่นจากการได้เมล็ดพันธุ์ชั้นดีกว่า 90% ของเกษตรกรทั้งประเทศ

นายกรุณพล กล่าวว่า งานวิจัยของ TDRI และศูนย์นโยบายข้าวแห่งจุฬา มีความเห็นว่าโครงการลักษณะนี้ไม่สามารถสร้างพฤติกรรมให้เกษตรกรไทยเปลี่ยนมาผลิตและเก็บเมล็ดพันธุ์ชั้นดีด้วยตัวเองในระยะยาวได้ เพราะขาดการติดตามผล ไม่มีการสร้างตลาดเมล็ดพันธุ์ที่ยั่งยืน

ที่สำคัญไม่มีแผนส่งเสริมให้เกษตรกร ผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เองอย่างมีระบบ เพราะดันเลือกการใช้งบประมาณที่ได้ปีละ 4,400 ล้านบาท จัดซื้อครุภัณฑ์ ฝึกอบรมและแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์แทนการลงทุนในการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อสู้กับคู่แข่ง เวียดนามใช้เงินลงทุนพัฒนาสายพันธุ์ปีละ 1,000 กว่าล้านบาท แต่ของไทยปีละ 100 กว่าล้านบาท จึงถือว่า กรมการข้าวล้มเหลวในภารกิจหลักและเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับชาวนาไทย อย่างแท้จริง

นายกรุณพล กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลใจอีกอย่างคือความโปร่งใสตามระเบียบผู้ที่จะได้รับแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ ต้องลงทะเบียนและรับเมล็ดพันธุ์จากกรมการข้าวเท่านั้น ซึ่งเมล็ดพันธุ์เก่าที่นำมาแลก กรมการข้าวจะนำไปทำอะไรก็ได้ แต่มีการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ที่ดูน่าสงสัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองและพรรคฝั่งรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีสส.นำข้าวไปสีแล้วแจกจ่ายประชาชนในนามตัวเอง

“ผมอยากตั้งคำถามไปที่กรมการข้าว สส.ว่าใช้สิทธิ์อะไรกระทำการแลกเปลี่ยนข้าวแทนกรมการข้าว ใช้สิทธิ์อะไรนำข้าวเก่าที่เกษตรกรเอามาแลก ไปสีและแจกจ่ายในนามของตัวเอง และใช้สิทธิ์อะไรถึงนำข้าวจากกรมการข้าวมาแลกเปลี่ยนที่ทำการที่มีชื่อและสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย” นายกรุณพลกล่าว

นายกรุณพล กล่าวว่า ตามระเบียบของกรมการข้าว ผู้สามารถรับพันธุ์ข้าวต้องเป็นสมาชิกข้าวชุมชน หรือเป็นครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ และจะได้รับข้าวไม่เกิน 450 กิโลกรัมต่อครัวเรือน

นายกรุณพล กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการแปลงนาสาธิตในแต่ละภูมิภาคที่ให้เกษตรกรมาดูเป็นตัวอย่างและนำกลับไปใช้ในพื้นที่นานั้น ลงทุนอยู่ที่แปลงละ 2.5 ล้านบาท ประกอบด้วยโดรนพ่นยาเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพดิน เครื่องปรับพื้นนาด้วยเลเซอร์ เซ็นเซอร์การวัดน้ำอัตโนมัติ เครื่องตรวจวัดการปล่อยคาร์บอน สถานีตรวจวัดอากาศ เครื่องวิเคราะห์ธาตุอาหารในใบพืช โดรนบินสำรวจกล้องละเอียดขนาด 4k

นายกรุณพล กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ไม่มีตัวชี้วัดว่าเกษตรกรในพื้นที่ นำไปต่อยอดได้กี่ราย หากลงทุนจะคืนทุนภายในเวลาเท่าไหร่ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีไหน สุดท้ายแล้วงบ 200 กว่าล้านบาทที่ลงไป ก็จะเป็นได้แค่โชว์รูมอัจฉริยะที่มีไว้เผางบประมาณและหาเงินทอน

นายกรุณพล กล่าวว่า ความกังวลใจในเรื่อง งบประมาณและโครงการที่ส่อทุจริต เป็นเรื่องที่สังคมไทยตั้งคำถามกับหน่วยงานภาครัฐมาตลอด และกรมการข้าวก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นเรื่องนี้ มีหลายโครงการน่าสงสัยว่ามีการล็อกสเปก หรือ มีหลายโครงการที่มีราคาครุภัณฑ์ที่สูงเกินกว่าราคาตลาดหลายเท่าและหลายโครงการไม่เห็นความจำเป็นของการตั้งโครงการเพื่อจัดซื้อจัดจ้างเรามา

“หากรัฐมนตรีและรัฐบาลอยากเห็นความผิดปกติของการใช้งบของกรมนี้ เข้าไปดูในเพจของกรมมีการโอนเปลี่ยนย้ายงบมั่วซั่วไปหมด เหมือนทำเอกสารของบไปแบบให้เสร็จๆไป แต่สุดท้ายไปเล่นแร่แปรธาตุกันหลังจากได้งบประมาณไปแล้ว จนสงสัยว่า พวกคุณตั้งใจบริหารงบให้ถูกต้องตามที่ขอกับสภาหรือไม่ หรือ จริงๆแล้วไร้ฝีมือไร้ความสามารถในการปฏิบัติตามแผนที่ตัวเองเป็นคนเขียนมา หรือมีความสามารถมากจนมองเห็นช่องทางตักตวงผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง ” นายกรุณพล กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน