ถกงบ 69 ช่วงบ่ายราบรื่น ไร้ประท้วง สส.รุมสับ ก.เกษตรฯ ไร้แผนแก้ปัญหาเกษตกร ขณะที่ กล้าธรรม เนื้อหอม ส่งสส.งูเห่า อภิปรายต่อเนื่อง สส.ปชน.จี้แก้ราคายางตํ่า
เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 29 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระแรก เป็นวันที่สอง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการอภิปรายในช่วงบ่าย เป็นไปด้วยความราบรื่น โดยส่วนใหญ่สมาชิกจากฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้อภิปรายงบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเรื่องการแก้ปัญหาราคาปาล์ม ราคายางพาราตกตํ่า และพันธุ์ข้าว ซึ่งไม่มีการประท้วงจากฝั่งรัฐบาล เนื่องจาก ส.ส.ที่อยู่ในห้องประชุมค่อนข้างบางตา คาดว่าส่วนใหญ่ติดภารกิจการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ
ส่วนฝั่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีเพียงนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ที่มาสแตนบายรอตอบคำถามตั้งแต่เช้า ซึ่งบางช่วงนายจุลพันธ์ได้ลุกไปนั่งเก้าอี้ ส.ส.ด้วย
ขณะที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) วันนี้เนื้อหอม เพราะมี สส.งูเห่า ไปนั่งร่วมวงด้วย คือ น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ และนายไชยยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า
จากนั้น น.ส.ชุติมา คชพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องยางพาราและปาล์ม เพราะเป็นห่วงว่าเกษตรกรจะได้ประโยชน์เพียงใด เพราะทั้งยางและปาล์มมีผลอย่างมากกับเศรษฐกิจของประเทศ และปากท้องของเกษตรกรก็ขึ้นอยู่กับการจัดสรรงบ เพราะชาวสวนยางของไทยเป็นการทำมากแต่ได้น้อย เนื่องจากราคายางพาราตกตํ่า ราคา ณ จุดรับซื้อนํ้ายางในชุมชน 56 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 64.50 ต่อกิโลกรัม
สําหรับราคาที่เกษตรกรคาวดหวังได้กิโลกรัมละ 70 บาทก็ยังดี จะได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่รัฐบาลไม่สามารถทำให้ยางพาราเกิดเสถียรภาพได้ นี่คือวิกฤติยางพาราของไทย ซึ่งขณะนี้ราคายางพาราตกตํ่า แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้ราคาไหลลงไปเรื่อยๆ ตามยถากรรม แม้เกิดวิกฤติกำแพงภาษีสหรัฐฯ รัฐบาลก็ไม่กระตือรือร้นหรือมีแผนรองรับ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ในสวนยาง รัฐบาลก็ไม่มีแผนรองรับ คำถามคือ เกิดวิกฤติขนาดนี้แล้ว รัฐบาลจะมีแผนจริงจังกี่โมง