อนุสรณ์ หนุน ดิจิทัลเฮลท์ เป็นฟันเฟืองสำคัญช่วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่ใช่แค่สิทธิพื้นฐานแต่เป็นระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้-เท่าเทียม

วันที่ 30 พ.ค.68 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายงบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขว่า รัฐบาลได้มุ่งเน้นถึงความสำคัญของการลงทุนในสุขภาพดิจิทัล หรือดิจิทัลเฮลท์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือชี้ขาดที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสุขภาพ สร้างความมั่นคงในชีวิต

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญที่สุดคือการต่อยอดนโยบายเรือธงของรัฐบาล ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คือ 30 บาทรักษาทุกที่ ให้สามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 13 ล้านคน และคาดว่าจะเข้าสู่ Super-Aged Society ในเวลาอันใกล้ ในด้านของโรคภัยไข้เจ็บ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึงร้อยละ 77 ของประชากรทั้งหมด

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉลี่ยแพทย์ 1 คนดูแลประชาชนถึง 1,680 คน และในหลายพื้นที่ห่างไกล ตัวเลขนี้อาจเกิน 1 ต่อ 5,000 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว เพิ่มจาก 3,856 เป็น 4,175 บาทต่อคน รวม 198,367 ล้านบาท

ค่าบริการนอกเหมาจ่ายรายหัว เพิ่มเป็น 66,927 ล้านบาท เช่น โรคไตเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้ติดเชื้อ HIV และบริการเชิงป้องกัน งบประมาณนี้แสดงถึง เจตจำนงที่ชัดเจนของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพให้ครอบคลุมและมีคุณภาพมากขึ้น โครงการสุขภาพดิจิทัล ปี 2569 ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 335.70 ล้านบาท เพื่อเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งอนาคตอย่างครบวงจร

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า แบ่งเป็นงบประมาณหลัก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.แผนงานรัฐบาลดิจิทัล จำนวน 229.28 ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ 2.แผนงานสุขภาวะ จำนวน 106.41 ล้านบาท เป็นงบที่สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า การลงทุนด้านสุขภาพดิจิทัล จึงไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยีเพื่อความทันสมัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการสร้างระบบสุขภาพที่ทั่วถึง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของประชาชนในทุกมิติอย่างแท้จริง สุขภาพดิจิทัลไม่ใช่เพียงระบบดิจิทัล แต่คือการจัดวางองค์ประกอบใหม่ของระบบสุขภาพ ให้เชื่อมโยงทุกช่วงวัย ทุกพื้นที่ ทุกหน่วยบริการอย่างไร้รอยต่อ

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า สุขภาพดิจิทัลจะเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่ใช่แค่สิทธิพื้นฐานของประชาชน แต่เป็นระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้ เท่าเทียม และตอบโจทย์ความเป็นจริง โดยทั้งหมดนี้จะทำให้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่ใช่แค่เรื่องของการเข้าถึง แต่คือการเข้าถึงที่มีคุณภาพ มีความต่อเนื่อง และไม่ตกหล่นแม้แต่กลุ่มเปราะบางที่สุดของสังคม สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการไม่ใช่เพียงแค่การจัดสรรงบประมาณหรือวางระบบใหม่ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบสุขภาพทั้งระบบ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ และมีความเท่าเทียมเป็นเป้าหมาย

“ดิจิทัลเฮลท์จึงไม่ใช่อนาคตที่เราคาดหวัง แต่คือ ปัจจุบันที่เราต้องลงมือทำ เพื่อให้คนไทยทุกคน ได้รับบริการสุขภาพที่ดี มีคุณภาพ และเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ขอสนับสนุนงบประมาณและแนวนโยบายดิจิทัลเฮลท์อย่างเต็มที่” นายอนุสรณ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน