ครม.รับทราบแนวทางห้าม จนท.รัฐเอารถส่วนตัวไปชาร์จฟรีตามเครื่องชาร์จของรัฐ ระบุหากให้เป็นสวัสดิการแก่บุคลากร ต้องติดตั้งสถานีแยกชัดเจน
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยมิได้รับอนุญาต ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ
ร่างข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยมิได้รับอนุญาต มีดังนี้
ครม.ควรกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางการควบคุมและแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด เกี่ยวกับการนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวมาประจุไฟฟ้าในสถานที่ทำการ เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ และป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม
โดยหลักเกณฑ์หรือแนวทางการควบคุมและแนวทางการปฏิบัติ ควรกำหนดให้มีรายละเอียดในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐโดยประสงค์จะจัดทำเป็นสวัสดิการให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน โดยอนุญาตให้นำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าได้ ณ สถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่เป็นสวัสดิการของหน่วยงานของรัฐ ต้องกำหนดระเบียบ หรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้า โดยให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด และต้องกำหนดมาตรการควบคุม กำกับ ดูแล รวมทั้งบทลงโทษสำหรับกรณีเจ้าพนักงานของรัฐมีการนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าโดยมิได้รับอนุญาต
2.ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ต้องดำเนินการติดป้ายประกาศ ณ สถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐว่าเป็นจุดที่จัดไว้ เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการเท่านั้น
ทั้งนี้ หากหน่วยงานของรัฐประสงค์จะจัดทำเป็นสวัสดิการให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน และอนุญาตให้บุคลากรในหน่วยงานสามารถนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าได้ จะต้องติดตั้งสถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่เป็นสวัสดิการ แยกต่างหากอย่างชัดเจนจากสถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าซึ่งจัดไว้เฉพาะของทางราชการเท่านั้น
โดยอาจดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 หรือระเบียบสวัสดิการภายในของหน่วยงานของรัฐ โดยอาจกำหนดให้ชำระค่าบริการตามอัตราที่กำหนด เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของหน่วยงานของรัฐ และจะต้องประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรภายในหน่วยงานของรัฐรับทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. มอบให้สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับองค์กรกลางบริหารบุคคลประเภทต่างๆ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ
โดยให้สำนักงาน ก.พ. สรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักงานเลขาธิการครม.(สลค.) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจาก สลค. เพื่อนำเสนอครม.ต่อไป