จุลพันธ์ แจง กมธ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ วุฒิสภา มั่นใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้​ รับ​ขจัดพนันผิดกฎหมายให้หมดคงไม่ได้​ เชื่อป้องกันฟอกเงินได้

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา ถึงความคืบหน้าและที่มาที่ไปของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจรฯ ว่า ไอเดียนี้ผุดตั้งแต่ยุคนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่

จึงมองหาธุรกิจที่เป็น Manmade Destination เพราะประเทศคู่ค้าของเรามีหมด ทำให้ไทยเป็นจุดอ่อนในภาคการท่องเที่ยว เราเคยพึ่งพาจีนเป็นหลัก แต่ปีนี้เขาก็ไปท่องเที่ยวในประเทศของเขา แต่พอเราได้ในฝั่งยุโรป ก็พอประคับประคองไปได้

แต่ในระยะยาวมันจะเป็นปัญหา ถ้าเราไม่สามารถปรับโครงสร้างด้านการท่องเที่ยวได้อย่างจริงจัง จึงมีการตั้งกมธ.เพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยสภาผู้แทนราษฎร และมีการลงมติเห็นชอบเป็นเสียงเอกฉันท์ ฝ่ายค้านไม่ได้ลงมติโดยใช้วิธีการงดออกเสียง แต่ความจริงแล้วนโยบายพรรคเขาก็มี มีการการเสนอเรื่องกาสิโนเช่นกัน เป็นกาสิโนเล็กๆ ทั่วประเทศ หลักคิดจึงคล้ายกัน และการอภิปรายในสภาก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่ค้าน เพียงแต่เป็นห่วงเรื่องกระบวนการ

นายจุลพันธ์​ กล่าวต่อว่า จากนั้นกฎหมายก็เข้าไปสู่กระทรวงการคลังและมีการปรับปรุง ก่อนจะรับฟังความคิดเห็นทำประชาพิจารณ์ถึง 3 รอบ ซึ่งพบว่ามีคนเห็นด้วยถึง 80% และเข้าสู่ชั้นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ ยอมรับว่าทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาฯ จะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยเป็นเรื่องแรก หากไม่มีวาระอื่นเข้ามาแทรก

ขณะที่เรื่องการแก้ไข ตนยืนยันว่าหากผ่านสภาฯ วาระแรกไปแล้ว จะมีการแก้ไขก็ยินดี เพราะรัฐบาลไม่มีธง ถ้าจะแก้ไขให้สบายใจก็เป็นเรื่องของสภา แต่มั่นใจว่า​เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ตนได้เดินสายพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับการสนับสนุนที่ดี แต่ก็มีความเป็นห่วงเรื่องสังคม เราพูดคุยกับโอเปอเรเตอร์ ซึ่งเขาก็มีความสนใจ เพราะที่ผ่านมาก็มีการประสานงานมาเป็นปีแล้ว แต่ตนก็ปฏิเสธตลอด

แต่วันนี้กฎหมายเข้าสภาแล้ว จึงจำเป็นต้องรับฟังผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนี้มา แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการให้ผลประโยชน์หรือสิทธิ์ และจากการรับฟังความคิดเห็น พบว่าเขาก็เสนอให้มีมาตรฐานระดับโลก มีกฎหมายค่อนข้างรัดกุม มีการป้องกันการติดการพนันและการฟอกเงินด้วย

จากนั้น นายคํานูณ สิทธิสมาน อดีตสว. ในฐานะกมธ. ตั้งคำถามว่า เป้าหมายของรัฐบาลดูเหมือนจะย้อนแย้งกัน ทางหนึ่งต้องการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว แต่อีกทางดูเหมือนว่าต้องการจะขจัดการพนันเถื่อน ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ตนยืนยันว่าไปพร้อมกันไม่ได้ และในเรื่องของการแก้ไขการพนัน ถ้าเข้มงวดมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้สร้างความไม่ไว้ใจให้นักพนัน

ได้มีข้อมูลหรือไม่ว่ากาสิโนจะมีจุดคุ้มทุนเมื่อมีสัดส่วนของผู้เล่นในประเทศเท่าไหร่ ซึ่งกฎหมายนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ เพราะเมื่อผ่านชั้น สส. ก็ต้องไปเจอ สว. เหมือนการผจญภัย

ทำให้นายจุลพันธ์ ตอบว่า ที่จริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องย้อนแย้งกัน เป้าหมายเรามี 2 มิติอยู่แล้ว เรื่องแรกคือรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เพราะการลงทุนแสนกว่าล้าน อย่างไร​จีดีพีก็ขึ้น อีกเรื่องคือการลดการพนันผิดกฎหมาย ถ้าจะบอกให้หมดไปเลย​ คงไม่ได้​

ส่วนข้อกังวลเรื่องการฟอกเงิน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงกลไกและเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้กระบวนการในการฟอกเงินที่นี่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องเลือก เพราะยากลำบาก มีกล้องจับอยู่ตลอดเวลา กระบวนการนำเงินเข้าสามารถตรวจสอบได้ว่าเงินมาจากแหล่งไหน และสามารถชี้แจงให้ชัด

ฉะนั้นถ้ากลไกและการกำกับดูแลของเราเป็นไปโดยรัดกุม เชื่อว่าเรื่องพวกนี้สามารถป้องกันได้ เราต้องเอามาตรฐานที่มีอยู่ในระดับโลกเอาเข้ามาใช้

ด้านนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ทำศูนย์การแพทย์ (Medical Center) ซึ่งจะคุ้มทุนมากกว่า การสร้างแบบนี้ จะมีรายได้เข้าประเทศเยอะมาก ตนคิดแบบบ้านๆ เราได้ 30% เจ้าของทุนได้ 70% เป็นแบบนี้หรือไม่ แล้วทำไมรัฐบาลไม่ลงทุนเอง เงิน 5 แสนล้านบาทที่ละลายแม่น้ำ เอามาลงทุนให้เกิดขึ้นจริง เต็มเม็ดเม็ดหน่วย ไม่ต้องแบ่งให้ใคร

โดยนายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า กระบวนการแก้กฎหมายหลักการและเหตุผลทำได้ยาก แต่โมเดลการทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นแบบนี้จริงๆ ซึ่งจะมีผลในเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีนัยยะสำคัญ แต่อย่างอื่นๆ เราไม่ได้ละทิ้ง ทั้งในเรื่องของสุขภาพ การลงทุนในลักษณะที่เป็นอินดอร์สเตเดียม เราดึงการแข่งขันที่เป็นระดับโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน