อิ๊งค์ ลุยเมืองกาญจน์ ติดตามโครงการจัดหาน้ำบาดาล ดื่มน้ำแร่โชว์ ชมสะอาด ไร้สีไร้กลิ่น ปลื้มเป็นประโยชน์ประชาชน หนุนใช้ในพื้นที่อื่น ด้าน “ปลัดทส.” ขนลุก หลังสะพัดนั่งรมว.พลังงาน
เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 7 มิ.ย. 2568 ที่อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปากชัดหนองบัว ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ซึ่งเป็นโครงการด้านการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค ต้นแบบผลิตน้ำประปาบาดาลระยะไกล และการส่งน้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่มีคุณภาพ เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ขาดแคลน
โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย และอดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่เคยดำเนินโครงการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และชาว อ.เลาขวัญ ต้อนรับ

โดยนายกฯ เดินชมนิทรรศการจัดการน้ำบาดาล พร้อมฟังปัญหาภัยแล้งและการจัดหาน้ำบาดาล ชมอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาล ก่อนชมโครงการน้ำบาดาลขนาดใหญ่และการผลิตน้ำประปา โดยนายกฯ ดูสีของน้ำบาดาลที่ผลิตได้ พร้อมสอบถามว่าชาวบ้านสามารถบริโภคได้ใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบว่าสามารถมารับได้ฟรี คนต่างถิ่นก็สามารถมารับได้ โดยแจกจ่ายวันละ 2-3 แสนลิตร
จากนั้นนายกฯ ชมจุดบริการน้ำแร่ประชาชน ระบุว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก จากนั้นดื่มน้ำแร่โชว์ พร้อมชวนสื่อให้ดื่ม โดยระบุว่าดื่มแล้วสดชื่น ไม่มีกลิ่นและใสมาก เวลาไปต่างประเทศดื่มน้ำก๊อกยังมีกลิ่น แต่นี่ไม่มีกลิ่น และเปิดก๊อกน้ำให้ชาวบ้านที่นำแกลลอนมารับน้ำด้วยตัวเอง ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่าวันนี้นายกฯ มีท่าทีผ่อนคลาย

น.ส. แพทองธาร กล่าวว่า ขอบคุณประชาชน และสส.ทุกคนที่มาให้การต้อนรับ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาดูโครงการน้ำบาดาลขนาดใหญ่ โครงการนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมาก เป็นปัจจัย 4 ของพี่น้องประชาชนทุกคน
เมื่อก่อนเคยเป็นพื้นที่น้ำไม่พอ แห้งแล้ง พอมีน้ำเข้ามาทำให้สะดวกสบายขึ้น ช่วยลดต้นทุน ของชีวิตได้เยอะมาก ลดต้นทุนในการซื้อน้ำของครัวเรือนต้นทุนทางการเกษตร
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เราเปลี่ยนมาช่วยในเรื่องน้ำ เป็นเพราะสามารถช่วยในระยะยาวได้ ในรอบของงบนี้เป็นระยะสั้นก่อน และสามารถต่อยอดเป็นระยะกลาง ระยะยาวต่อไป เป็นการวางรากฐานวางพื้นฐาน และวางชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปให้เป็นระยะยาวได้

“ได้เดินดูโครงการทั้งหมด ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนร่วมทุกคน ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความทุ่มเทมาก และแน่นอนจะต้องได้เครื่องมือเครื่องใช้มากกว่านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากกว่านี้ อยากให้มั่นใจว่ารัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญเรื่องของน้ำเป็นอย่างมาก เพราะน้ำสามารถช่วยประชาชนได้ทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่จังหวัดไหนก็ตาม ทุกคนต้องการน้ำใช้หมด
ฉะนั้นเรื่องนี้สำคัญ ขอให้มั่นใจรัฐบาลพร้อมสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตรอย่างทั่วถึงต่อเนื่องในระยะเวลายาวต่อไป และวันนี้ได้มีโอกาสเห็นชาวบ้านมารับน้ำตรงนี้ไปใช้ โดยเอาถังน้ำใหญ่มารองไป จึงรู้สึกยินดีด้วยมาก เพราะตนก็ได้ชิมเองด้วย รู้สึกว่าเป็นน้ำที่สดชื่น สะอาด ไม่มีกลิ่นอะไร รู้สึกยินดีมากๆ กับโครงการนี้ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้นไป” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า อยากเน้นย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนโครงการนี้ เพื่อจะส่งผลไปยังพื้นที่รอบข้างอื่นๆ ให้มากขึ้นด้วย นี่คือสิ่งสำคัญ เพราะที่ของเราตอนนี้น้ำพอแล้ว อำเภออื่นๆ หรือที่ อื่นๆ ก็สามารถได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันด้วย วันนี้ดีใจมากๆ เราต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่มารอต้อนรับ แล้วพอมาถึงก็ยิ้มแย้ม แจ่มใส ก็ดีใจที่ได้มากาญจนบุรีอีกครั้ง และดีใจที่ได้เจอทุกคน
“รอยยิ้มของทุกท่านคือกำลังใจของรัฐบาลในการทำงานต่อ ที่แน่ๆ คือเป็นกำลังใจของดิฉัน ที่มาวันนี้ ได้เจอกับทุกๆ คน ก็ยินดีมากๆ ขอบคุณค่ะ” นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงกระแสข่าวว่าจะไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และมีชื่อสะพัดนั่งรมว.พลังงาน ทำให้นายจตุพรหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พร้อมกล่าวว่า “พูดกันไป ขนลุกเลย”
