ปชน. ส่ง ‘รักชนก’ ชิงเก้าอี้รองประธานกมธ.งบฯ 69 ชง 4 ข้อเสนอ วางกรอบพิจารณา ตั้งเป้าตัดงบไม่จำเป็น ด้าน ‘ศิริกัญญา’ เชื่อ หั่นงบได้ 5 หมื่นล้าน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ว่า การประชุมวันนี้จะเป็นการพูดคุยกันเรื่องกรอบในการทำงาน

โดยกมธ.สัดส่วนของพรรคประชาชน เราได้หารือกันเบื้องต้นแล้วว่าจะเสนอข้อเสนอ 4 ข้อ เพื่อวางกรอบการพิจารณาของกมธ. ซึ่งจะต้องรอดูว่ากมธ.ในสัดส่วนของพรรคอื่นจะเห็นด้วยกับเราหรือไม่ คือ

1.การตั้งเป้าหมายร่วมกันของกมธ.ว่าต้องการปรับลดหรือรีดไขมันประมาณกี่บาท ซึ่งอาจคาบเกี่ยวกับกรอบงบประมาณหรือแผนที่รัฐบาลอาจจะมี สำหรับการกระตุ้นและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะอาจมีบางส่วนที่รัฐบาลต้องการผลักดัน และบรรจุเข้าไม่ทันในร่างพ.ร.บ. งบฯ 69

ดังนั้น ตนอยากให้กมธ.ตั้งเป้าหมายร่วมกันว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เราตั้งเป้าที่จะตัดงบที่ไม่จำเป็นและไม่เร่งด่วน

2.อยากให้กมธ.มีมติร่วมกันว่า เรียกร้องให้รัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการชี้แจงงบประมาณของแต่ละกระทรวงต่อกมธ.งบฯ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของกมธ.งบฯ ในหลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตย

แทนที่จะผลักความรับผิดชอบทั้งหมดไปที่ข้าราชการประจำที่อาจไม่ได้เป็นต้นคิดของหลายนโยบายหรือโครงการในร่างพ.ร.บ.งบฯ 69 แต่จะเป็นโครงการหรือนโยบายที่คิดค้นโดยฝ่ายการเมือง ฉะนั้น จึงคิดว่าการที่ผู้บริหารสูงสุดหรือรัฐมนตรีจะมาตอบชี้แจงในแต่ละกระทรวงเหมาะสมที่สุด

3.เป็นข้อเสนอที่ตั้งแต่พรรคก้าวไกลจนมาถึงพรรคประชาชนผลักดันมาโดยตลอด คือ ขอให้ถ่ายทอดสดการประชุมกมธ.งบฯ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและรับรู้ถึงคำชี้แจงหรือข้อซักถามของแต่ละหน่วยงาน

และ 4.ขอให้หน่วยงานที่ส่งข้อมูลต่อกมธ.เป็นไฟล์ เพื่อตรวจสอบงบประมาณได้ เช่น หากเป็นตัวเลขก็ควรเป็นตารางไฟล์ Excel เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ได้ง่าย ไม่ใช่เป็นการถ่ายรูปหรือสแกนเอกสารเข้ามา

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนตั้งเป้าที่จะตัดงบเท่าไหร่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เบื้องต้นเชื่อว่าจะสามารถปรับลดงบประมาณลงได้ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท แต่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าต้องการที่จะตัดเท่าไหร่ เพื่อที่จะมาจัดเรียงลำดับความสำคัญอีกครั้ง

ในบางเรื่องที่เห็นว่ายังไม่จำเป็นในตอนนี้ เช่น หากในปีหน้ามีวิกฤต เรายังจะไปดูงานต่างประเทศกันอยู่หรือไม่ เรายังจะอบรมสัมมนากันอยู่หรือไม่ หรือมีโครงการอะไรที่จะเกิดผลในระยะยาวก็ยังไม่ต้องรีบทำ ให้เลื่อนออกไปก่อน

“ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าอยากได้จำนวนเท่าไหร่ จะถึงแสนล้านบาทเลยหรือไม่ เพราะหากต้องการเท่านั้น ก็ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ และมีไกด์ไลน์ร่วมกับกมธ.ด้วยว่า เราจะมุ่งตัดในประเด็นไหนเป็นสำคัญ และอะไรที่ในตอนนี้ควรได้รับความสำคัญเป็นอันดับท้ายๆ เพื่อเลื่อนโครงการต่างๆ ของประเด็นนั้นๆ ออกไปก่อน ถ้าแสนล้านบาท เราคิดว่าเราก็ทำให้ได้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนมีแนวคิดจะตัดงบประมาณในส่วนของรัฐสภาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากภาษีประชาชน ไม่ว่าจะถูกใช้จ่ายในหน่วยงานไหน ถ้าเป็นอะไรที่ไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน ไม่โปร่งใส เราพร้อมตัด ปรับ ลด ทุกบาทอยู่แล้ว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เรื่องหน่วยงานรัฐสภา เราเห็นว่ามีบางโครงการที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เรามีการวิเคราะห์ลงลึก ย้ำว่าหน่วยงานสภามีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากมีภารกิจการตรวจสอบความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ หรือการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานอื่น ซึ่งเราจะขาดความชอบธรรมในการเข้าไปตรวจสอบตรงนั้น หากหน่วยงานต้นสังกัดตัวเองยังไม่ถูกจัดสรรอย่างคุ้มค่า สมเหตุสมผล

อย่างไรก็ตาม มีหนึ่งประเด็นที่สื่อมวลชนสามารถช่วยเราตรวจสอบได้ คือ ห้องประชุมกมธ.งบฯ ซึ่งมีงบปรับปรุงกว่า 120 ล้านบาท และตนคิดว่านี่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่า ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้งบประมาณส่วนนี้เพื่อปรับปรุงห้องประชุม

เมื่อถามว่าปีนี้พรรคประชาชนจะนั่งตำแหน่งใดในกมธ.งบฯ หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยรับตำแหน่ง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า ปีนี้จะเสนอตัวเป็นรองประธานกมธ. แม้จะไม่แน่ใจว่าจะได้คนที่เท่าไหร่ เพราะหากศุกร์ไหนเย็นๆ แล้วฝั่งรัฐบาลไม่อยู่ เราจะได้นั่งเป็นประธานการประชุม เพื่อควบคุมการประชุม เผื่อจะได้ทำอะไรสนุกๆ ด้วย

ด้านน.ส.ศิริกัญญา กล่าวเสริมว่า จะเป็นหนึ่งเดียวที่เราเสนอชื่อเพื่อรับตำแหน่งในวันนี้ ซึ่งด้วยเสียงของพรรคคาดว่าจะสามารถได้ตำแหน่งนี้ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่แบ่งกันอยู่แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน