อิ๊งค์ ถกความคืบหน้า ปราบธุรกิจผิดกฎหมาย ย้ำ “คุมเข้มสินค้าสวมสิทธิ์-บังคับใช้กฎหมาย” สร้างเครดิตให้ประเทศระยะยาว จ่อลงพื้นที่สุรินทร์ ให้กำลังใจทหาร
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 มิ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการป้องกันปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ในวันที่ 11 มิ.ย. 2568 จะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เพื่อไปให้กำลังใจทหารในพื้นที่ ส่วนการประชุมนี้ต้องขอโทษทุกคนที่ต้องเลื่อนการประชุม 2 ครั้ง เพราะติดเรื่องด่วน รอบแรกไม่สบาย รอบสองก็ติดเรื่องด่วน และที่เรียกประชุมติดตามเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องสำคัญ
โดยมี 5 ประเด็นที่ต่อเนื่องจากที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง ประชุมไปครั้งที่แล้ว ซึ่งเน้นย้ำเรื่องสินค้าสวมสิทธิ์ และการตรวจสอบสิทธิ์ รวมถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย โดยจะขอให้แต่ละฝ่ายรายงานในที่ประชุมวันนี้ รวมถึงการสร้างระบบเศรษฐกิจให้ยุติธรรมกับประชาชนและสร้างเครดิตให้กับประเทศในระยะยาวต่อไป ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญ
“อิ๊งค์”ถกปราบธุรกิจผิดกฎหมาย สั่งเข้ม 5 ประเด็น “ล้างนอมีนี-คุมคุณภาพสินค้า-สวมสิทธิ์แบรนด์ไทย-รง.ผิดกม.-ปิดช่องโหว่หนีภาษี“ย้ำ ยึดกฎหมายเป็นธรรม ไม่เลือกปฎิบัติเฉพาะราย
จากนั้น น.ส.แพทองธาร โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย ถึงการประชุมติดตามมาตรการป้องกันปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายว่า ต้องเรียนตามตรงว่าปัญหาธุรกิจต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่สะสมมายาวนาน และส่งผลกระทบโดยตรงกับคนไทย ทั้งในฐานะผู้บริโภค ผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่จับผิด หรือ ปราบอย่างเดียว แต่คือการ สร้างกติกาที่เป็นธรรม ให้กับทุกคน
วันนี้ได้เรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในการจัดการธุรกิจเหล่านี้ โดยเฉพาะกรณีการสวมสิทธิ์สินค้าไทย และการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ที่ต้องเร่งจัดการอย่างจริงจัง 5 ประเด็น ที่เรากำลังเร่งดำเนินการ มีดังนี้
1.จัดการบริษัทนอมินี ที่ใช้คนไทยบังหน้า แต่ต่างชาติเป็นผู้ควบคุมจริง 2.ตรวจเข้ม มาตรฐานสินค้า เพราะประชาชนไม่ควรต้องเสี่ยงกับสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ
3. แก้ปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้าไทย เพราะแบรนด์ไทยต้องไม่ถูกฉวยโอกาส 4.ตรวจสอบ โรงงานต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายในนิคมอุตสาหกรรม 5.ปราบปรามการถ่ายลำสินค้า ช่องโหว่สำคัญของการลักลอบนำเข้าหนีภาษี
น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ผลการดำเนินงานล่าสุด การแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงมหาดไทย เก็บภาษี VAT จากสินค้านำเข้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาท ได้แล้ว 1.87 ล้านบาท (ก.ค. 67 – พ.ค. 68) และดำเนินคดีสินค้าไม่ได้มาตรฐานกว่า 57,739 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,287 ล้านบาท (ข้อมูล ก.ย. 67-พ.ค. 68)
ตรวจสอบสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ในมาตรการ Notice & Takedown กว่า 38,473 รายการ แจ้งเตือน 15,256 รายการ เว็บไซต์ โดยได้ดำเนินการถอดสินค้าที่ผิดกฎหมายออกไปแล้วกว่า 14,967 รายการ เว็บไซต์
นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในการ ปิดช่องโหว่ทางการค้าอย่างเป็นระบบ
ขอย้ำว่า เราไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้เพราะอยากปราบใครเป็นรายๆ แต่เพราะเราเชื่อว่า ประเทศไทยควรมีระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส แข่งขันได้ และให้ความเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกัน และจะติดตามความคืบหน้านี้อย่างใกล้ชิดต่อไป