อัครเดช ปัดไม่เคยได้ยิน ดีล ‘เอกนัฏ’ ล้ม ‘พีระพันธุ์’ มั่นใจ รวมไทยสร้างชาติ ยังไปต่อได้ เชื่อจะคุยกันได้ 36 สส. ยังฟังเลขาพรรค
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคขณะนี้ว่า ยังไม่มีการนัดประชุมเพื่อแก้ปัญหา เพราะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และสส.ลงพื้นที่ โดยจะกลับมาอีกครั้งในช่วงเปิดสมัยวันที่ 3 ก.ค.
เมื่อถามว่าจะมีสส.เป็นตัวกลางในการประสานรอยร้าวครั้งนี้หรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ในกลุ่มไลน์พรรคขณะนี้เงียบมาก ยังไม่มีการพูดคุยอะไรกัน เข้าใจว่าขณะนี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ชี้แจงผ่านสื่อต่างๆ ไปครบถ้วนแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามที่ได้ชี้แจง
เมื่อถามว่ากังวลว่าจะกระทบฐานเสียงหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่คงต้องติดตามและฟังเลขาธิการพรรคชี้แจง และสส.ทุกคนก็เคารพในการทำหน้าที่ของเลขาธิการพรรค ทั้งฝั่งที่มีชื่อในหนังสือและไม่มีชื่อ ทุกคนเข้าใจว่ายังอยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติก็ต้องฟังเลขาธิการพรรค
เมื่อถามกรณีเลขาธิการพรรค ระบุว่าเอกสารที่เปิดออกมาเป็นการปลอมลายเซ็นของสส. นายอัครเดช กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสส.เจ้าของลายเซ็นที่ต้องมาชี้แจงเอง ตนตอบไม่ได้ว่าเป็นลายเซ็นจริงหรือไม่ ซึ่งตนยังไม่ได้พูดคุยกับเพื่อนสส. รวมถึงหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ยังไม่ได้มีการสื่อสารทางไลน์ของพรรค
แต่คิดว่าคงจะมีการสื่อสารทางอื่น คือโทรศัพท์พูดคุยกันมากกว่า เหมือนอย่างที่เลขาธิการพรรคบอกว่า ได้โทรคุยกับสส.แต่ละคน ซึ่งรายละเอียดต้องรอเลขาธิการพรรคออกมาชี้แจงจึงจะชัดเจน
เมื่อถามว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศว่า ไม่สามารถพูดคุยกับนายเอกนัฏได้ เนื่องจากเคยมีความพยายามล้มนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ให้ลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายอัครเดช กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินว่านายสุชาติให้สัมภาษณ์อย่างนั้น จึงขอไปติดตามก่อนว่าให้สัมภาษณ์ว่าอย่างไร
แต่โดยหลักใหญ่ตนคิดว่าคงจะต้องพูดคุยกัน เพราะการพูดคุยเป็นเวทีในการแก้ปัญหา ปัญหาการเมืองก็ต้องใช้การเมืองแก้ปัญหา เพราะทั้งนายเอกนัฏและนายสุชาติก็เป็นรัฐมนตรี และผู้ใหญ่ของพรรคทั้งคู่ ดังนั้น การคุยกันจะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาให้กับพรรค
เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีความพยายามล็อบบี้เพื่อนล้มนายพีระพันธ์ุหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นสส.ของพรรคไม่เคยได้ยินดีลนี้ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคงต้องไปถามจากนายสุชาติเอง ตนตอบแทนไม่ได้
เมื่อถามว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาภายในพรรคอย่างไร นายอัครเดช กล่าวว่า วันนี้ก็ถือว่าสุดแล้ว คิดว่าคงไม่มีสุดกว่านี้ เชื่อว่าสถานการณ์ของพรรคคงจะค่อยๆ ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะทุกคนได้แสดงความคิดเห็นออกมาแล้ว หลังจากนี้น่าจะเป็นเวทีการพูดคุยกันในพรรค เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาก็คงมีการประชุมพรรคและพูดคุยแก้ปัญหาในเรื่องนี้
เชื่อว่าหากมีการพูดคุยกันสถานการณ์ภายในพรรคจะดีขึ้น และคิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติยังไปต่อได้ โดยพยายามทำให้พรรคเป็นที่พึ่งของประชาชน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะซ้ำรอยพรรคพลังประชารัฐ นายอัครเดช กล่าวว่า บริบทของ 2 พรรคต่างกัน ไม่เหมือนกัน ทั้งบุคคล สถานการณ์ และเหตุการณ์ต่างๆ ดังนั้นตนคิดว่าอย่าไปด่วนสรุปว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเหมือนพรรคพลังประชารัฐ เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติมาถึงจุดนี้ได้ จากการสนับสนุนของประชาชน
เมื่อมีปัญหา จึงคิดว่าผู้บริหารพรรคจะต้องกลับไปคิดถึงพี่น้องประชาชน ดังนั้น จึงคาดหวังว่าจะมีการพูดคุยกันในพรรค โดยไม่ได้พูดคุยกันทั้งสองฝ่าย เพราะเลขาธิการพรรคบอกแล้วว่าไม่มีฝ่าย พร้อมจะดูแลสส.ทั้ง 36 คน แต่อาจจะมีการคลาดเคลื่อนและสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนบ้าง ก็ต้องพูดคุย จึงเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อถามว่าคิดว่านายสุชาติจะใช้โมเดลเหมือนพรรคกล้าธรรมที่แยกตัวออกจากพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวย้ำว่า บริบทของ 2 พรรคไม่เหมือนกัน ตนไม่เคยได้ยินว่า นายสุชาติจะใช้โมเดลพรรคกล้าธรรม ดังนั้นขอให้ได้ยินกับหูก่อน เพราะที่ผ่านมาได้ยินจากสื่อและนักวิเคราะห์เท่านั้น และจริงๆ แล้วทั้งนายสุชาติและนายเอกนัฏก็มีเจตนาดี ที่อยากให้พรรคทำงานให้กับพี่น้องประชาชน จึงคาดว่าการพูดคุยจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้