นายกฯ อิ๊งค์ ปลุกพลังหญิง พัฒนาประเทศ ยัน เดินหน้ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีฯ ลั่น ทุกเพศควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียม ด้าน “อนุทิน” ยิงมุก เคารพพลังสตรีจะดีเอง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. 2568 ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “พลังสตรีเพื่อการพัฒนา เสริมสร้างโอกาส สร้างอนาคต”
โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย รวมถึงสมาชิกกลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจากทั่วประเทศกว่า 2,000 คน เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ขอบคุณนายกฯ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีนำเสนอนโยบายแนวทางการพัฒนาและเป้าหมายการดำเนินงาน ขอบคุณการพัฒนาบทบาทสตรีทั้งระยะสั้นและยาวกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเสริมสร้างความเข้าใจถึงบทบาทและเป้าหมายของกองทุน ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง
นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมและสนับสนุนครอบครัว ในการขับเคลื่อนภารกิจ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสตรีในชุมชนทั่วประเทศ
การจัดโครงการครั้งนี้เป็นหนึ่งของภารกิจการขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพิ่มความเข้มแข็งชุมชน และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกฯ ที่เห็นความสำคัญให้โอกาสประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ และพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่
และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ที่เน้นความเท่าเทียมทั่วถึง เสริมสร้างศักยภาพของสตรีในทุกมิติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการสร้างอาชีพและรายได้การลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่
ยกระดับกลไกภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีพลังของสตรีเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของประเทศ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของการจัดงานในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 2,000 คน ประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีหัวหน้าและคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีประธานและผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด
สมาชิกกลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ประสบความสำเร็จเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน รวมทั้งผู้แทนจากภาคเอกชนภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจ ที่จะแสดงให้เห็นว่าสตรีมีพลังมากเพียงไหน
“ขอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่11 มิ.ย.ที่ผ่านมา เราได้พูดคุยเรื่องสตรี ต่อหน้านายกฯ ระหว่างเดินทางไปจ.สุรินทร์ โดยนายกฯ ถามรมว.กลาโหมว่า เวลาคุณพี่ที่บ้านทำให้โกรธจะทำอย่างไร รมว.กลาโหม ได้ยกมือขึ้นตรงศีรษะ
ผมตกใจว่าจะกล้าทำร้ายหรอ แต่ท่านยกมือขึ้นแล้วทำท่าตะเบ๊ะ ขนาดรมว.กลาโหม ยังขนาดนี้ นายกฯ จึงหันมาถามผมว่า แล้วรมว.มหาดไทย ทำอย่างไร ผมยก 2 มือ และสุดท้ายประกบไหว้” นายอนุทิน กล่าวอย่างอารมณ์ดี

จากนั้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสมาเปิดงานกองทุนสตรี ทราบกันดีตนเป็นนายกฯ หญิงคนที่ 2 ของประเทศไทย โดยกองทุนสตรีฯ เกิดขึ้นได้โดยนายกฯ หญิงคนแรกของคนไทย คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เรามีความเชื่ออย่างยิ่งว่าผู้หญิงไทยมีศักยภาพที่สูงมาก หากได้รับโอกาสศักยภาพเหล่านั้น จะถูกแสดงออกมา และแน่นอนตนในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นลูกสาว เป็นน้องสาว เป็นคุณแม่ ในบทบาทที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง บางทีต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่าย
การเข้ามาทำงานในภาคเอกชนจนมาถึงภาครัฐ มีความยากง่ายที่ต่างกัน อายุที่น้อยเป็นเรื่องหนึ่ง การเป็นผู้หญิงก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งเช่นกัน ที่เราจะทำอย่างไรให้นักการเมืองที่เป็นผู้หญิงจะถูกยอมรับในความคิดเห็นต่อทั่วโลก หรือต่อในประเทศของเราเอง
คำพูดที่เหยียดเพศยังคงมีอยู่ ไม่ใช่แค่ในประเทศเรา แต่มีอยู่ทั่วโลกเช่นกัน เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการปรับจูนความคิด เพราะจริงๆ แล้วทุกเพศที่เราเลือกจะเป็น ควรได้รับการเคารพอย่างเท่าเทียมกันและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ต้องช่วยกันพัฒนาต่อไปในอนาคต
ตลอด 13 ปีที่ผ่านมากองทุนนี้ได้เปลี่ยนชีวิตผู้หญิงมากมาย ทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้ได้ไม่ธรรมดา มีศักยภาพที่เด่นชัด สามารถหาทางของตัวเอง และพิสูจน์ได้ว่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองและคนรอบข้างได้จริงๆ ตรงนี้คือสิ่งสำคัญที่เราสามารถช่วยเหลือและซัพพอร์ตตัวเองได้ โดยนำความคิดมาเปลี่ยนเป็นโครงการ เป็นเงินลงทุนสร้างธุรกิจเติบโตจากศูนย์จนมาถึงทุกวันนี้ได้ นี่คือสิ่งที่เราทุกคนอย่าลืมหยุดพักและชื่นชมตัวเองด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนขอส่งความชื่นชมและกำลังใจให้ทุกคน การมาถึงจุดนี้ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่ก็มาถึงจุดนี้ได้และแน่นอนกองทุนนี้จะถูกสนับสนุนต่อไปให้กับน้องๆ ที่จะเข้ามาประกวด และมีโอกาสสร้างอาชีพที่ตัวเองรัก และเติมโอกาสเติมความหวังให้เป็นจริง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลอยากให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนนี้มีความพยายามที่จะยุบกองทุน แต่ด้วยพลังของพวกท่านทำให้กองทุนที่ยังคงอยู่ต่อและมีบทบาทต่อตัวท่านเองและคนรุ่นต่อไป ตรงนี้ต้องชื่นชมอีกครั้ง
ขณะนี้รัฐบาลได้สนับสนุนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องให้มีระบบดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น เพราะโลกเราเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน การใช้ AI Digital ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกันพัฒนาทุกอย่างให้เข้ากับระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นการง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร การโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือแนะนำสินค้าของเราให้คนกลุ่มมากรู้จักมากขึ้น ตรงนี้รัฐบาลสนับสนุน
ตนได้บอกกับทีมงานจะดูในเรื่องทุนเพิ่มมากขึ้น โดยดูว่ากลุ่มหรือโครงการงานไหนที่จัดทำและเกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มากจะต้องมีรางวัลพิเศษ แต่จะเป็นอย่างไรค่อยมาบอกในรายละเอียดอีกครั้งแน่นอน
ยืนยันว่ากองทุนนี้จะถูกสนับสนุนต่ออย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญวันนี้ต้องขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่ทำงานเคียงข้างผู้หญิงทุกคน และขอบคุณทุกภาคส่วนช่วยกันผลักดันให้กองทุนนี้ยังอยู่ต่ออย่างแข็งแรง
“กองทุนนี้ไม่ใช่กลไกของรัฐแต่เป็นพลังของประชาชนที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง เคยได้ยินคำพูดของฝรั่งที่พูดมาว่าเป็น When women support each other incredible things happen แปลว่าเมื่อผู้หญิงสนับสนุนกันเอง สิ่งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นได้
ฉะนั้น หากเราสนับสนุนกันและกัน และผู้หญิงที่มีความมั่นใจ ซัพพอร์ตผู้หญิงอีกคนให้มีความมั่นใจ ให้กล้าทำ กล้าตามความฝัน กล้าไปตามสิ่งที่ตัวเองวางแผนไว้ เพิ่มโอกาสให้กับตัวเองและคนในสังคมเมื่อนั้นพลังแบบนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายกฯ กล่าว