สส.ปชน. ชี้ รมว.แรงงาน ลาออก ทำนโยบายสะดุด แนะตั้งคนใหม่ นั่ง “จับกัง1” ต้องมีความรู้-เข้าใจปัญหา ย้ำรัฐบาลต้องแก้ปม แรงงาน ถูกเลิกจ้าง ให้ได้รับความเป็นธรรม
23 มิ.ย. 68 – จากกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ลาออกจากการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น
นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ลาออกกลางคัน ส่งผลกระทบต่อนโยบายและการดำเนินงานของหน่วยงานภายในกระทรวงอย่างแน่นอน
เนื่องจากไม่มีคนที่สั่งการการดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน เพราะรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ดูแลและกำกับนโยบายได้ลาออกแล้ว ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนนัดหมายกับ นายอารี ไกรนรา ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อลงพื้นที่พบแรงงานในบริษัทที่ จ.ชลบุรี ที่ถูกเลิกจ้างและบริษัทไม่จ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย
“แต่เมื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลาออก ทำให้ นายอารี พ้นสภาพการดำรงตำแหน่งเลขาฯ ไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น การทำงานหรือกำกับนโยบายต่างๆ ก็จะสะดุด เพราะข้าราชการในกระทรวงก็แค่ทำตามหน้าที่นั้นๆ
อีกส่วนหนึ่งคือ การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท ในพื้นที่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทุกประเภทกิจการ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท ในกิจการประเภทโรงแรมและสถานบริการ โดยจะมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 นั้น โดยตามปกติแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเป็นผู้นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในเมื่อลาออกแล้ว เรื่องนี้อาจจะต้องหยุดชะงักไป หรืออาจจะต้องถูกเลื่อนการบังคับใช้
ซึ่งต้องติดตามว่า นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานประธานคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) และเป็นผู้รับผิดชอบกระทรวงแรงงานอยู่ขณะนี้ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ประกอบกับ รัฐบาลที่อยู่ระหว่างการปรับ ครม. จะสามารถดำเนินการรวดเร็วมากน้อยขนาดไหน” นายเซีย กล่าว
นายเซีย ยังกล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ ว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองโดยภาพรวม พรรคประชาชนเสนอให้มีการยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยหาผู้แทนที่มีความพร้อมในด้านต่างๆ เข้ามาทำงาน
ดังนั้น มองว่า ในอนาคต ผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และความสามารถเกี่ยวกับเรื่องแรงงาน เข้าใจบริบทของพี่น้องผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างดี เข้าใจเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานในอนาคต และความคุ้มครองด้านแรงงาน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องได้มีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานภายในกระทรวงแรงงาน
“หากเราเอาคนที่ไม่มีความรู้-ความสามารถเข้ามาทำงาน หรือหากคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แรงงานแต่ไม่เข้าใจปัญหาหรือไม่เข้าใจพี่น้องแรงงาน แน่นอนว่าการทำงานคงจะไม่ได้เท่ากับคนที่มีความรู้ความเข้าใจมากกว่า แม้แต่ปัญหาเล็กๆ ที่สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรัฐมนตรีไม่เข้าใจ ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างถูกจุด” นายเซีย กล่าว
นายเซีย กล่าวต่อไปว่า ทุกวันนี้ ยังพบปัญหาของผู้ใช้แรงงานจำนวนมากที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าว ยังมีตัวเลขผู้ที่ถูกเลิกจ้างโดยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพิ่มขึ้นตลอดทุกเดือน รวมถึงยังมี นายจ้าง บางส่วนเลือกที่จะลอยแพลูกจ้างโดยไม่ได้มีการรับผิดชอบ ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ซึ่งมองว่า ในภาพรวม รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาในจุดนี้ให้ได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ และผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตให้ได้