นายกฯ เปิดประชุม GFEAI 2025 ครั้งแรกในไทย ยันพัฒนา AI อย่างมีจริยธรรม ใช้เพื่อประโยชน์ ไม่ใช่หลอกลวง ยึดแนวทาง UNESCO ตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค ดูแลใช้งาน

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 25 มิ.ย.2568 ที่ห้องคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 (GFEAI 2025) ภายใต้หัวข้อ “AI Ethical Governance in Action” เพื่อยกระดับบทบาทไทยในเวทีโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ และส่งเสริมจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์

โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.จิราพรสินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ

นางโอเดรย์ อาซูเลย์ (H.E. Ms. Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และนางลิเดีย อาร์เธอร์ บริโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่แห่งยูเนสโก ร่วมงาน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในเวทีสำคัญแห่งนี้ ที่มีจุดยืนร่วมกันกำหนดอนาคตที่เทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อมนุษยชาติ และให้ความสำคัญต่อหลักจริยธรรมในการพัฒนา AI

ขอชื่นชมองค์การยูเนสโกที่ให้ข้อเสนอแนะว่าด้วยจริยธรรมสำหรับปัญญาประดิษฐ์ และสามารถรวมสมาชิกองค์การยูเนสโก ทั้ง 194 ประเทศ ให้เดินหน้าร่วมกัน สู่การพัฒนาที่มีความรับผิดชอบ และในไม่ช้าปัญญาประดิษฐ์ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การทำงาน การเรียนรู้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลยึดมั่นในหลักการสำคัญ 3 ประการ เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ครอบคลุม ยั่งยืน และถาวร

ประการแรก การเสริมศักยภาพด้านบวกของ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการช่วยเกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำ การสนับสนุนแพทย์ในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม และการส่งเสริมการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ซึ่ง AI มีศักยภาพอย่างมากในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเร่งผลักดันนวัตกรรมเหล่านี้ให้เข้าถึงได้ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและชุมชนเปราะบาง

ประการที่สอง การป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ สื่อที่ถูกดัดแปลงทางดิจิทัล และภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณชนและหลักประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ชัดเจน เครื่องมือในการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และการปลูกฝังทักษะรู้เท่าทันดิจิทัลให้กับประชาชนทุกคน

ประการสุดท้าย การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา AI ความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียงานจากเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม แต่ AI ควรทำหน้าที่ในการสนับสนุน ไม่ใช่แทนที่แรงงานมนุษย์ ดังนั้นภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา จึงต้องร่วมมือกัน เพื่อยกระดับทักษะของแรงงาน พร้อมรักษาคุณค่าของแรงงานมนุษย์ให้มั่นคง

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย ตามแผนงานสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีเป้าหมายสร้างผู้ใช้งาน AI ทั่วไป จำนวน 10 ล้านคน ผู้เชี่ยวชาญ AI จำนวน 90,000 คน และนักพัฒนา AI จำนวน 50,000 คน 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยงบประมาณกว่า 15.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครอบคลุมการพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์เปิด และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ

3.การผลักดันการใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ด้วยงบประมาณกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพลิกโฉมภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และการท่องเที่ยว 4.การเป็นผู้นำอย่างมีจริยธรรม ผ่านการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค (AI Governance Practice Center: AIGPC) เพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศและความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ไทยยังได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโลกในการดำเนินการตามข้อเสนอแนะว่าด้วยจริยธรรมสำหรับ AI ของยูเนสโก เพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“AI ต้องเป็นพลังแห่งความจริง ไม่ใช่การหลอกลวง เป็นเครื่องมือเพื่อการมีส่วนร่วม ไม่ใช่การแบ่งแยก และเป็นแรงขับเคลื่อนความก้าวหน้า ไม่ใช่ความหวาดกลัว ไทยพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของ AI ที่มีจริยธรรมและความเท่าเทียม พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยสติปัญญา ความรับผิดชอบ และเป้าหมายร่วมกัน” นายกฯ กล่าว

สำหรับการประชุม GFEAI 2025 เป็นการประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ และไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามแนวทางข้อเสนอแนะว่าด้วยจริยธรรมสำหรับปัญญาประดิษฐ์ของยูเนสโก

โดยการประชุมในครั้งนี้ ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นครั้งแรก วันที่ 24 – 27 มิ.ย. ที่กรุงเทพฯ โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นเจ้าภาพร่วมกับองค์การยูเนสโก

ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิด นางโอเดรย์ เยี่ยมคารวะนายกฯ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 (GFEAI 2025)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน