พริษฐ์ จี้รักษาการนายกฯ ยุบสภา แนะถอนร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ชี้เป็นบททดสอบเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ โต้‘จตุพร’กล่าวหาปชน.ไม่เด็ดขาด ยันไม่ออมมือให้ใคร ตรวจสอบเต็มที่
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 2 ก.ค.2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า ภายใต้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีมติถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกจากระเบียบวาระการประชุมสภาฯ จะทำให้วันที่ 9 ก.ค. ร่างกฎหมายดังกล่าว จะเป็นฉบับแรกที่สภาฯ จะพิจารณา
นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลรับฟังข้อทักท้วงของเรา และประชาชนบางส่วนอย่างจริงใจ ก็ควรถอนร่างนี้ออก แต่ตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่ถอน แล้วสภาฯเดินหน้าพิจารณา ในมุมหนึ่งก็เปรียบเสมือนบททดสอบความไว้วางใจของสภาฯและประชาชน ต่อรัฐบาลเช่นกัน
เพราะร่างกฎหมายนี้เป็นของครม. เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่ดูเหมือนจะเร่งมากกว่านโยบายอื่น ไม่ว่าจะเป็นในมิติที่รัฐบาลคุมเสียงสส.ที่ปริ่มน้ำอยู่แล้วในซีกรัฐบาลได้หรือไม่ รวมถึงการทดสอบความเห็นของประชาชนต่อแนวทาง และทิศทางนโยบายของรัฐบาลด้วย
เมื่อถามว่าหากยังดึงดันจะส่งผลเสียแน่นอนใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในเชิงความรับผิดรับชอบทางการเมือง เมื่อเป็นร่างกฎหมายของครม. โดยธรรมเนียมถ้าร่างกฎหมายไม่ผ่าน หรือถูกคว่ำในที่ประชุมสภาฯ ก็สะท้อนว่ารัฐบาลไม่สามารถคุมเสียงของซีกรัฐบาลได้แล้ว แม้จะเป็นนโยบายที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นเรือธงของตัวเอง ซึ่งคาดหวังว่าจะเห็นความรับผิดรับชอบทางการเมืองของรัฐบาล
“ต้องจับตาดูว่าตกลง ครม.จะเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ ถ้าประชุมครม.สัปดาห์หน้ายังไม่มีอีก และเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ก็ต้องหารือกันในพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ามีมุมมองต่อกฎหมายนี้อย่างไร ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของฝ่ายค้านแต่ละพรรค คิดว่าทุกฝ่ายน่าจะเห็นตรงกันว่าไม่เห็นด้วย” นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 จะต้องพูดคุยกันอีกครั้งใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนอยากเห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด คือ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมและจัดทีมบริหารแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ ไม่ใช่การจัดทีมบริหารตามโควตาการต่อรอง และถ้าจะมีรัฐบาลที่มีคุณสมบัติแบบนี้ได้ ทางออกเดียวคือเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การจะไปถึงการเลือกตั้งได้ ก็ต้องให้รักษาการนายกฯ ฟังเสียงพรรคประชาชน และตัดสินใจยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน หรือหากรักษาการนายกฯ ยังไม่ตัดสินใจยุบสภา พรรคประชาชนจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อใช้กลไกสภาฯ นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ในวันที่ 3 ก.ค. หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันว่าจะใช้กลไกดังกล่าวหรือไม่ แต่เมื่อมีคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญออกมา ก็อาจจะเกิดความซับซ้อนเพราะหากยื่นตามมาตรา 151 ทางประธานสภาฯจะบรรจุวาระหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของประธานสภาฯ
ต่อข้อถามว่าพรรคประชาชนเรียกร้องยุบสภา แต่เกมการเมืองอาจจะพลิกเกมเปลี่ยนขั้วจับกับพรรคฝ่ายค้านตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวยืนยันว่าพรรคประชาชนจะไม่ร่วมรัฐบาลกับใครในสภาฯชุดนี้ และคิดว่ารัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศได้ ท่ามกลางสถานการณ์นี้จะต้องเป็นรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และยืนยันว่าไม่มีสถานการณ์ไหนที่พรรคประชาชนจะร่วมรัฐบาล
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีคนบอกว่าเราค้านไม่จริง ออมมือเกรงใจใครบ้าง ตนยืนยันอีกรอบหนึ่งว่าพรรคประชาชนทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ทุกคน ทุกกระทรวง ทุกพรรค เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ และยังยืนยันจุดเดิมและเราใช้ทุกอาวุธภายใต้กลไกของสภาฯ ที่เรามี ตรวจสอบรัฐบาล แต่เราต้องระมัดระวังไม่ให้กลายมาเป็นการหักล้าง เซาะกร่อนประชาธิปไตย
ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน ระบุว่า พรรคประชาชนไม่เด็ดขาดในการยื่นตรวจสอบถอดถอนนายกฯ จนทำให้ สว.ทำหน้าที่ถอดถอนเอง นายพริษฐ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคในเรื่องนี้ ถ้าเป็นกลไกสภาฯ เราใช้ทุกกลไก ถ้าในส่วนขององค์กรอิสระเรายินดีใช้ หากมีกรณีทุจริต เช่น กรณีตั๋วสัญญาการใช้เงิน หรือตั๋ว PN ซึ่งสุดท้ายจะไปจบที่ป.ป.ช.
แต่ถ้าเป็นเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม เราระมัดระวังในการใช้อาวุธนี้ เพราะต่างฝ่ายนิยามไม่เหมือนกัน อาจกระทบหลักนิติรัฐนิติธรรมของประเทศ ยืนยันว่าไม่ได้ออมมือให้ใคร ดำเนินการกับผู้มีอำนาจทุกฝ่าย และขอย้อนถามว่า ถ้าคิดว่าการอภิปรายเรื่องตั๋ว PN มีน้ำหนักมากและวันนั้นพรรคใดบ้างที่ยกมือไว้วางใจนายกฯ อยู่
“ผมเห็นคุณจตุพร พาดพิงพรรคเรา และเหมือนจะไปชื่นชมอีกพรรคหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าพรรคนั้นหลังการอภิปรายก็ยังยกมือให้กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ให้เป็นนายกต่อ ฉะนั้น ต้องถามกลับไปที่พรรคนั้น และพรรคที่ยังงค้ำรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในวันนี้ดีกว่าหรือเปล่า” นายพริษฐ์กล่าว