ทนายอั๋น จี้อนุฯ สอบคดีฮั้ว สว. ส่งสำนวนให้กกต.ชุดใหญ่ พิจารณาชงศาลฎีกา ทวงคืบหน้าคำร้อง หมอเกศ ใช้วุฒิการศึกษาหลอกลวง หลังมีมติ 2 เดือนเงียบกริบ
เมื่อวันที่ 2 ก.ค.68 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ยื่นหนังสือต่อคณะอนุสืบสวนและสอบสวน ชุดที่ 26 สำนักงาน กกต. เพื่อขอให้เร่งรีบสรุปสำนวนในคดีฮั้วเลือก สว.ปี2567 เข้าสู่ที่ประชุม กกต.ให้พิจารณาเพื่อส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ทราบว่าวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่คณะอนุสอบสวนฯ เรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจง โดยให้เวลาถึง 20.00 น. แต่ทราบว่าผู้ได้รับหนังสือเรียกไม่มาชี้แจง เมื่อไม่มา กระบวนการก็จะเหลือแค่สรุปสำนวนส่ง กกต. จึงเชื่อว่า กกต.ก็จะใช้เวลาไม่นานในการพิจารณา
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ยังข้องใจกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ สว.ในการถอดถอนนายกรัฐมนตรี และพิจารณาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ทำไมกรณีที่มีการยื่นร้องขอให้ศาลสั่งให้ สว.ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนถึงขณะนี้ศาลก็ยังไม่มีคำวินิจฉัย และยังยกคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่ร้องในลักษณะเดียวกัน ประชาชนก็ตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่คดีฮั้วเลือก สว.จะเสร็จสิ้น ตนเห็นถึงพฤติการณ์ในลักษณะรับลูกระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับ สว. ตีไปกลับเกี่ยวกับเรื่องฮั้วเลือก สว. อย่างกับเตะตะกร้อ
“วันนี้เรื่องเกี่ยวกับฮั้วเลือก สว.มีการยื่นคำร้องไปยังหลายหน่วยงาน แต่ถูกตีตกหมด เหลือเพียง กกต. ซึ่งจะเป็นผู้ที่นำเรื่องไปสู่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าวันนี้พยานหลักฐานต่างๆ คณะอนุสอบสวนฯดำเนินการหมดแล้ว จึงอยากให้รีบส่งไปยัง กกต.”
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนมีกระแสข่าวนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.จะลาออกนั้น ตนอยากให้ลาออกจริง เพื่อให้กระบวนการได้เดินต่อไป และวันนี้อยากทวงความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ในคดีใช้วุฒิการศึกษาหลอกลวงให้ได้รับเลือกเป็น สว. เพราะ กกต.มีคำวินิจฉัยตั้งแต่สิ้นเดือนเม.ย. แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกา ซึ่งความล่าช้าจะกลายเป็นบรรทัดฐานว่าในคดีฮั้วเลือก สว. กกต.แม้มีมติแล้วก็จะใช้เวลา 2-3 เดือนในการยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกา ทำให้กระบวนการมีความล่าช้า
“สว.หมอเกศไม่เหลืออะไรแล้ว ผมเห็นภาพล่าสุดที่ สว.หมอเกศมาแจกทุเรียนในอีเวนต์ที่ สว.เขาทำ หน้าแกไม่สู้จะดีแล้ว ต่างจากวันแรกที่เดินเข้าสภา”
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร จะมีการใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ อำนาจนอกรัฐสภา มาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารประเทศ ตนไม่เห็นด้วย แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คดีฮั้วเลือก สว.ต้องไปต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือ กกต.ต้องมีความกล้าหาญ และไม่เห็นด้วยหากจะยุบสภาในขณะนี้ ถ้ายังไม่มีการนำเขากระโดงขึ้นมา หรือจัดการคดีฮั้วเลือก สว.ให้เสร็จสิ้นก่อน
เพราะวันนี้หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ สื่อมวลชนก็นำเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนต่อไป หนึ่งในนั้นคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตนเจ็บปวดใจมาก เพราะนายอนุทินคือคนที่อยู่ในรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้วเลือก สว .และถูกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา และยังไม่มั่นใจว่าคดีอั้งยี่ที่อยู่ในการดำเนินการของดีเอสไอ จะมีชื่อนายอนุทินหรือไม่ คนแบบนี้สมควรจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือ
เมื่อถามว่าการเรียกร้องให้นายอิทธิพร ลาออก จะยิ่งทำให้กระบวนการสอบฮั้วเลือก สว.ล่าช้าหรือไม่ นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน ในเมื่อไม่มีใจจะให้มาทำงานต่อไป ทำไมเหตุใดต้องมาลาออกตอนนี้ คนหมดใจรั้งให้ตายก็ไปอยู่ดี ดังนั้น ดีที่สุดให้ลาออกไปเลย กระบวนการจะได้เดินหน้าต่อไป