โรม แซะแรง ทักษิณ ชี้ชัดทำไมสีแดงถึงน่ากลัวที่สุด ย้ำยุบสภา ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ ดักคอ เพื่อไทย อย่าโบ้ยพรรคร่วม ไม่โหวตหนุน กม.นิรโทษ รวมคดี 112
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีผ่าทางตันประเทศไทยของเครือเนชั่นว่าการเมืองไทยยังไม่ถึงทางตันว่า ตนเห็นด้วยกับที่นายทักษิณบอกว่ายังไม่ถึงทางตัน
แต่ทุกฝ่ายต้องไม่พยายามที่จะสร้างสถานการณ์ให้นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าทางตัน เชื่อว่าการเมืองไม่มีทางตัน มีทางออกเสมอ เพียงแค่มีบางฝ่ายที่พยายามสร้างทางตันเช่นนั้น
แต่ปัญหาคือเมื่อนายทักษิณทราบว่าอาจจะมีบางฝ่ายที่พยายามจะสร้างสถานการณ์เช่นนั้น คำถามคือนายทักษิณจะทำอย่างไร จะปล่อยให้บ้านเมืองถูกบริหารในสภาวะที่รัฐบาลขาดความชอบธรรมเช่นนี้จริงๆ หรือ ที่ตนพูดเช่นนี้ตนทราบดีว่านายทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในรัฐบาล แต่เราก็ต่างทราบว่านายทักษิณมีอิทธิพลมากแค่ไหน
การที่รัฐบาลเพื่อไทยพยายามจะเดินหน้าต่อ แทนที่จะใช้อำนาจที่มีวันนี้ในการยุบสภา คืนความชอบธรรมทุกอย่างให้แก่ประชาชน เซ็ตซีโร่กันใหม่โดยการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นทางออกของทุกเรื่องที่เราเจอในวันนี้ ตนคิดว่าบ้านเมืองจะเดินได้ดีกว่านี้และไม่มีปัญหาหรือความน่ากังวลใดๆ ที่จะเกิดขึ้น
“ฉะนั้น ผมยังคิดว่าการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด ส่วนที่มีการบอกว่าถ้าลาออกแล้วจะเลือกใครเป็นนายกฯ นั้น พูดตรงๆ ว่าหากไปถึงจุดนั้น จะไม่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์อะไรเลย เพราะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากท้ายที่สุดจะมีการตั้งคำถามในเรื่องความชอบธรรมทางใดทางหนึ่ง ยืนยันว่าการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในวันนี้”
เมื่อถามกรณีนายทักษิณระบุว่า หากแดงกับส้มรวมกันจะเกิดเป็นสีแสด ซึ่งแรงเกินไป มองอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของนายทักษิณที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่การพูดเช่นนี้คือความพยายามที่จะทำให้พรรคประชาชนดูน่ากลัว และตนคิดว่าความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่สีส้ม
แต่ความน่ากลัวที่สุด คือการบริหารประเทศ โดยคิดเพียงว่าผลประโยชน์ต้องอยู่กับครอบครัวของตนเอง การพาคนในครอบครัวกลับมาโดยไม่คิดจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอะไรเลย อีกทั้งยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย การบริหารประเทศโดยมีนายกฯ หลายคน
“นี่คือความน่ากลัวที่พาประเทศไทยสู่ความล้มเหลว ยังไม่นับว่าสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ที่น่ากลัวยิ่งกว่าพรรคส้มแน่นอน คือการที่ไม่สามารถตอบสนองต่อนโยบายที่เคยให้ไว้กับประชาชนได้ สีแดงตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะล้มเหลวในทุกด้าน” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าในอนาคตจะสามารถจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การจะจับมือกับใครนั้น อาจไม่ใช่บทสนทนาที่เราจะคุยกันได้ในวันนี้ เพราะถึงที่สุดจุดยืนของพรรค ประชาชนคือการเอานโยบายเป็นตัวตั้ง และเราไม่รู้ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร
แน่นอนว่าดีที่สุดสำหรับพวกเรา คือ เราต้องได้เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แต่หากไม่ถึงจุดนั้นจริงๆ เราก็คงต้องดูว่าในเชิงนโยบายจะมีข้อตกลงหรืออะไรที่จะร่วมกันได้ ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ ซึ่งในส่วนนี้ต้องไปดูกันอีกครั้งหลังจากที่มีผลการเลือกตั้งออกมา
เมื่อถามว่าขณะนี้เสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำ จะบีบให้รัฐบาลต้องประนีประนอมมากขึ้น โดยหันมาร่วมมือกับพรรคประชาชน ในการโหวตกฎหมายต่างๆ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องหน้างานที่ต้องโหวตกฎหมายเราต้องพยายามทำอย่างเต็มที่ เพราะเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ
แต่หลักการเราไม่เคยเปลี่ยน คือการพยายามทำให้รัฐบาลเข้าใจว่า การยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด แน่นอนว่าหากเขาไม่ดำเนินการ ความชอบธรรมของเขาก็ลดลงเรื่อยๆ และสุดท้ายกลไกเรื่องนิติสงครามก็รออยู่ ถึงที่สุดก็ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยไปต่อเช่นนี้ไม่ได้แล้ว
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนพร้อมจะให้ความร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลในการโหวตกฎหมายสำคัญๆ หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คงต้องไปดูว่าเป็นกฎหมายเรื่องอะไร ซึ่งตอนนี้คนที่จะใช้คำว่าเราให้ความร่วมมือคงไม่ใช่พรรคประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยจะให้ความร่วมมือหรือไม่
เพราะกฎหมายหลายอย่างที่เราอยากเห็นประเทศเดินหน้า เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม พรรคเพื่อไทยจะให้ความร่วมมือหรือไม่ เนื่องจากเขาไม่ได้เสนออะไร และอาจจะต้องไปถามทางพรรคเพื่อไทยว่ายังมีกะจิตกะใจในการดำเนินการที่จะผ่านกฎหมายใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ หรือวันนี้เป็นแค่โหมดการเอาตัวรอด โหมดเซอร์ไวเวิล
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลต่างยืนยันชัดเจนว่า จะไม่เห็นชอบร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ที่รวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล
แต่พรรคเพื่อไทยต้องตอบให้ชัด การที่พรรคเพื่อไทยไม่โหวตร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมของพรรคประชาชนและภาคประชาชนนั้น อย่าไปอ้างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะท้ายที่สุดเมื่อคุณตัดสินใจอย่างไร คุณก็ต้องรับผลการกระทำ
“อย่าไปอ้างพรรคร่วมรัฐบาลว่าเขาไม่เห็นด้วยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่นี่เป็นการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยที่จะเดินหน้าเช่นนั้น อย่าทำตัวเป็นเหยื่อก็แล้วกัน” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่ามองว่าพรรคเพื่อไทยสามารถมีมติต่างจากพรรคร่วมรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “ใช่ ไม่ได้หมายความว่าให้พรรคร่วมมาขี่คอ หากจะบอกว่าพรรคร่วมมีมติเช่นนี้ เสียงส่วนใหญ่เช่นนี้ แสดงว่าพรรคเพื่อไทยยอมให้พรรคร่วมขี่คอ และต้องบอกว่าพรรคเพื่อไทยยอมเช่นนั้น เป็นการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยเอง”