สว.พิสิษฐ์ ยันเดินหน้าโหวตองค์กรอิสระ หวั่นทำคดีค้างอื้อ ยกรธน.ม.82 ชี้ไม่มีผลย้อนหลัง แม้ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ “นันทนา” จี้ชะลอลงมติ ย้ำไม่ขัด ม.157

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 21 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กล่าวถึงการเดินหน้าเห็นชอบกรรมการในองค์กรอิสระ ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของสมาชิกบางรายว่า หากสว.ไม่ทำก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิด มาตรา 157 เรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน และหากสว.ไม่เดินหน้าก็จะทำให้องค์ประชุมขององค์กรอิสระเหล่านั้นไม่ครบ จะเกิดความล่าช้าในการพิจารณาคดีต่างๆ

ส่วนที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กังวลมากเรื่องที่มีผลย้อนหลังจะทำให้การแต่งตั้งต่างๆ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ขออ่านรัฐธรรมนูญให้ฟังเลยว่า มาตรา 82 วรรค 2 ระบุชัดเจนในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้พ้นสมาชิกภาพ ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับจากวันที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นทำไปก่อนหน้าที่จะพ้นตำแหน่ง

ซึ่งหมายความว่าอะไรก็ตามที่ สว. ลงคะแนนไป ถือว่าไม่มีผลย้อนหลัง แม้สุดท้ายแล้วจะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เรื่องที่ทำก่อนหน้าที่จะไม่มีผลอะไร

“ฝากไปบอกอาจารย์นันทนาด้วย ผมอธิบายในสภาหลายรอบแล้ว อาจารย์ก็พูดย้ำไปย้ำมา ถ้าวันนี้ยังขึ้นอีกก็จะเป็นรอบที่ 4 แล้ว ผมคงไม่ตอบโต้แล้ว เพราะคุยกันหลายรอบแล้ว” นายพิสิษฐ์ กล่าว

ส่วนที่มีข้อกังวลว่าเมื่อเลือกไปแล้วข้อครหาต่างๆ จะบานปลายไปถึงตัวกรรมการหรือตุลาการที่ถูกเลือกไปด้วย นายพิสิษฐ์ กล่าวย้ำว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรค 2 กำหนดไว้แล้ว แต่คงห้ามใครครหาไม่ได้ แต่เราก็มีอำนาจหน้าที่เต็มที่ และไม่ได้ทำอะไรที่นอกเหนือรัฐธรรมนูญกำหนด

เมื่อถามว่าตอนนี้คดีฮั้วเลือก สว. เหลือเวลาประมาณ 8 เดือน จะสามารถชะลอการเลือกออกไปก่อนได้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า หากไม่รับรองสิ่งที่เกิดขึ้น ลองคิดดูถ้าองค์ประชุมไม่ครบอาจส่งผลให้คดีต่างๆ ค้างมากมาย ดังนั้นเราต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป

ด้าน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวกรณีที่ประชุมวุฒิสภาเดินหน้าเลือกตำแหน่งในองค์กรอิสระ ว่า ที่ผ่านมาตนคัดค้านมาตลอด และครั้งนี้ต้องฟ้องประชาชนว่า คณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26 ที่ตั้งร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ยื่นเรื่องกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้วเลือกสว. ซึ่งมีทั้งหมด 229 คน ไปยัง กกต.เรียบร้อยแล้ว

นั่นหมายความว่าข้อกล่าวหาที่ได้กล่าวหาไปนั้นมีมูลความจริง และใกล้จะถึงจุดที่กกต.จะรับรองและส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ทำไมวุฒิสภาถึงยังเดินหน้าที่จะเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะตำแหน่งที่กำลังจะลงมติในวันที่ 22 ก.ค.นี้ คือ กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน

ถ้าที่ประชุมเห็นชอบให้บุคคลเหล่านี้เข้าไปดำรงตำแหน่ง จะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์โดยชัดเจน เพราะกกต.จะมีอำนาจในการพิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจในการที่จะไต่สวนและวินิจฉัยเรื่องการได้มาซึ่งสว.ที่มิชอบ

ขณะเดียวกัน สว.เสียงข้างมาก ก็ได้ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและกกต. ในฐานะผู้ร้อง และขณะเดียวกันก็เป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกร้อง คือเป็นทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง แต่มีอำนาจที่จะส่งคนเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ทั้งกกต.และศาลรัฐธรรมนูญ

ตรงนี้คือสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะโดยจริยธรรม และจิตสำนึก ควรชะลอการลงมติก่อน รอให้คดีของสว.ทั้งหลายเป็นที่ยุติแล้วว่าบริสุทธิ์ จึงค่อยกลับมาลงมติก็ยังไม่สายเกินไป แต่การกระทำขณะนี้ หรือว่าเร่งรีบเพื่อจะให้มีการบรรจุ

“ประชาชนทุกคนคงมองเห็นว่าตรงนี้ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือเป็นประโยชน์แฝงเร้นให้กับตนเองและพรรคพวกของตัวเอง เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหา มีสว.ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 138 คน เท่ากับ 3 ใน 4 ของสภาแล้ว แต่ยังดึงดันที่จะลงมติเลือกคนจะไปพิจารณาคดี และตัดสินคดีของท่าน

สิ่งเหล่านี้เหมาะสมหรือไม่ สมควรหรือไม่ ประชาชนคงไม่อยากเห็นความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นมาจากการลงมติของสว.เสียงข้างมาก ที่ดันทุรังจะใส่คนให้เข้าไปในองค์กรอิสระ ให้เข้าไปพิจารณาคดีของตัวเอง นี่คือความขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน” น.ส.นันทนา กล่าว

เมื่อถามว่า หากสว.ไม่ดำเนินการ เลือกองค์กรอิสระ อาจจะเสี่ยงขัดต่อมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า การชะลอการลงมติไม่ได้เข้าข่ายการหยุดการทำหน้าที่ ไม่เข้าข่ายมาตรา 157 เพราะมีนักกฎหมายหลายคนพูดแล้วว่า การที่สว.ชะลอลงมติเห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระออกไปนั้นเป็นเรื่องที่ชอบ สามารถทำได้

“ยืนยันว่าการชะลอการลงมติไม่เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเมื่อคดีของท่านสิ้นสุดแล้วพบว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ท่านสามารถกลับมาลงมติได้ และบุคคลในองค์กรอิสระถ้าเขาครบวาระแล้ว ยังไม่มีใครมาแทน เขาสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะได้คนใหม่ ท่านก็รอสิคะ รอให้คดีของท่านสิ้นสุดก่อน ต่อไปท่านจะมาลงมติก็ไม่เป็นที่สงสัย ไม่เป็นที่คลางแคลงใจของประชาชน

ยืนยันว่าการชะลอการลงมติ จะทำให้สว.สง่างาม และเป็นจิตสำนึกที่ดี ท่านกำลังใช้จริยธรรมชั้นสูงที่จะผดุงรักษากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ขอเรียกร้องวิงวอนให้ชะลอและยุติการเลือกกกต.และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ออกไปก่อน ถ้าตัดสินใจชะลอประชาชนก็จะสรรเสริญว่าท่านทำเพื่อประเทศชาติ แต่ถ้ายังดึงดัน แปลว่าท่านไม่เห็นหัวประชาชน และทำเพื่อประโยชน์ของท่านและกลุ่มของท่านเท่านั้น” น.ส.นันทนา กล่าว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาคัดค้านมาโดยตลอดแต่ไม่สำเร็จ จะมีท่าทีอย่างไรต่อไป น.ส.นันทนา กล่าวว่า ญัตติขอให้มีการชะลอการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระออกไป ของนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เท่าที่ทราบวันนี้คาดว่าไม่ได้ถูกบรรจุในระเบียบวาระ แต่ตนจะเสนอญัตติด้วยวาจาเพื่อที่จะคัดค้านต่อไป เพราะตนคัดค้านมาตั้งแต่วันที่ สว.ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และตนก็จะเรียกร้องต่อไป

“แม้ว่าจะถูกสว.บางท่านไล่ออกจากห้องประชุม หรือกล่าวหาว่าดิฉันเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ประชาชนจะเป็นพยาน เพราะสิ่งที่ดิฉันทำคือรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และให้กระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้ไม่บิดเบี้ยว ยืนยันเดินหน้าต่อไม่กลัวว่าจะได้รับผลกระทบหรือแรงกระแทก อย่างไรก็จะยังสู้ต่อ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้ยุติธรรมอย่างแท้จริง” น.ส.นันทนากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน