สมชัย อัดกกต. ทำคำวินิจฉัยคดี ‘หมอเกศ’ ล่าช้า ทั้งที่มีมติฟันอาญามา 3 เดือนแล้ว ซ้ำยังไม่ได้ยื่นศาลฎีกา ชี้สะท้อนประสิทธิภาพการทำงาน ส่งผลเสียต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติ
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุกรณีกกต. เพิ่งแจ้งผลคำวินิจฉัยให้ดำเนินคดีอาญากับ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ฐานใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ลงสมัคร สว. เข้าข่ายหลอกลวงให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติให้ผู้ร้องทราบ ว่า
1.กกต. มีคำวินิจฉัย ตั้งแต่ 30 เม.ย.2568 ให้เพิกถอนการเป็น สว. โดยต้องส่งมติคำวินิจฉัยไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อวินิจฉัยในขั้นต่อไป เนื่องจากเป็นการให้ใบแดงหลังการประกาศผล
2.ระยะเวลากว่าที่ กกต.จะจัดทำเอกสารคำวินิจฉัยหลังจากการมีมติ ใช้เวลาเกือบ 3 เดือน ถือว่าล่าช้ามาก และถึงวันนี้ยังไม่ได้ส่งถึงศาลฎีกา ซึ่งศาลจะต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งก่อนมีคำวินิจฉัยว่าเห็นชอบกับ กกต.หรือไม่
3.ความล่าช้าดังกล่าว สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. ซึ่งส่งผลเสียต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติ เนื่องจากตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำวินิจฉัย สว.ดังกล่าวยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ในวุฒิสภาได้ตามกฎหมาย
4.ความล่าช้า ยังส่งผลเสียต่อตัว สว. ที่ถูกวินิจฉัยด้วย คือ วันใดข้างหน้าที่ศาลมีคำวินิจฉัยว่า สว. ดังกล่าวมีความผิด จะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทุกอย่าง เช่น เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเดือนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วย สว. ทุกคน และค่าใช้จ่ายทุกอย่างนับแต่วันแรกของการเป็น สว. ต่อทางราชการ
5.ส่วนการดำเนินคดีอาญานั้น เป็นไปตามกฎหมายที่ กกต.ต้องแจ้งความดำเนินคดีอาญา หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผิด ซึ่งอัยการอาจฟ้องหรือไม่ฟ้อง ก็ได้ ยังเป็นเรื่องในอนาคต