สภาประชุมลับถก 7 ญัตติ ชายแดนไทย-กัมพูชา จี้รัฐบาลเร่งอพยพ-กำหนดมาตรการดูแลชีวิต-ทรัพย์สิน กัณวีร์ ซัดกต.ช้า จี้ให้ปรับ หวั่นไม่ทันเกมเขมร โรมเสนอยกหูหาประธานอาเซียนทำความเข้าใจไม่ตกหลุมพลางกัมพูชา ทำไทยตกเป็นจำเลยนานาชาติ
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 24 ก.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้กลับมาประชุมอีกครั้งหลังพักการประชุมไปประะมาณ 30นาที
โดยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่า จากการหารือของวิปทั้ง 2 ฝ่าย ทุกพรรคเห็นตรงกันถึงความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ทุกพรรคมีความห่วงใยสถานการณ์บ้านเมือง จึงมีมติว่าจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาฯ เรื่องปัญหาชายแดน โดยทุกพรรคจะเสนอในลักษณะเปิดเผยไปก่อน จากนั้นถ้ามีการอภิปรายสนับสนุนในแต่ละญัตติ ขอให้มีประชุมลับ เนื่องจากทุกพรรคเห็นว่าเป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน อาจกระทบระหว่างสองประเทศ ทำให้เกิดปัญหาขยายความรุนแรงขึ้นไป
ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัทสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายสนับสนุนว่า ได้ตกลงกันว่าจำนวนญัตติที่เสนอฝั่งรัฐบาล 3 ญัตติ ฝ่ายค้าน 3 ญัตติ ส่วนในการอภิปรายเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอให้ประชุมลับ
จากนั้น เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ทั้งหมด 7 ญัตติ คือนายธเนศ เครือรัตน์ สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาปัญหาขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และได้ขอให้การอภิปรายของสส.นั้น ให้ระวังเพื่อไม่เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้นำของ 2 ประเทศ
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอญัตติให้ สภาฯ พิจารณาเสนอแนะแนวทางต่อรัฐบาล ต่อปัญหาพิพาทชายแดน ไทย-กัมพูชา ลุกลามไปสู่สงคราม ประชาชนเดือดร้อนและกระทบอธิปไตยของชาติ โดยขอให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ โดยสนับสนุนงบประมาณเพื่อปกป้องชีวิตคนไทย สิ่งที่จำเป็นในตอนนี้คือ ตั้งรมว.กลาโหม ทั้งนี้เรามีคนที่เป็นรักษาการนายกฯ และรมช.กลาโหม เขารู้ว่าเราอ่อนแอ ตนขอให้รัฐบาลปรับเรื่องดังกล่าว
นายวุฒิพงษ์ นามบุตร สส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาศึกษามาตรการการดูแลความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชน หลังจากเหตุการณ์ยิงปะทะ ตามแนวชายแดน ที่จ.อุบลราชธานี และหลายจังหวัด มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ฝ่ายตรงข้ามไม่ปฏิบัติตามหลักสากล ทำให้เกิดอลหม่านกับการอพยพ
จึงขอเสนอแนะไปยังรัฐบาลว่า ขอให้พิจารณาเพิ่มงบประมาณให้กับจังหวัดแนวชายแดนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการดูแลประชาชนในพื้นที่ รวมถึงต้องพิจารณาถึงมาตรการเยียวยาโดยเร่งด่วน นอกจากนั้นต้องพิจารณาตอบโต้ขั้นสูงสุด ขอให้ F16 ลาดตระเวนบ่อยครั้งเพื่อไม่ให้เกิดการรุกล้ำอธิปไตยไทย
นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติ ให้สภาฯ พิจารณาศึกษาปัญหาเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา และแนวทางช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดนและการลดความรุนแรงของปัญหาชายแดนเพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาล
พร้อมอภิปรายว่าขอให้รัฐบาลสนับสนุนการปฏิบัติการของทหาร และเร่งอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพโดยเร็ว เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้อพยพหลักหมื่นคน รัฐบาลต้องคำนึงถึงการสนับสนุน และช่วยเหลือในการดำรงชีวิต รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของประชาชนด้วย
ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาให้สภาฯ พิจารณาปัญหา ชายแดนไทย-กัมพูชาในมุมมองการต่างประเทศ พร้อมอภิปรายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่กัมพูชาหวังไว้และต้องการ โดยผู้นำกัมพูชาทำหนังสือถึงคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้แทรกแซงเรื่องที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ตนมองว่าการต่างประเทศของไทยต้องเร่งพิจารณาและปฏิบัติการด้านการทูตในระยะยาวไว้ด้วย รวมถึงต้องคำนึงถึงแผนสถาปนาความสัมพันธ์หากการเมืองกัมพูชาผ่านการเลือกตั้งและได้ผู้นำคนเดิม
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการรับมือความขัดแย้งไทย-กัมพูชา นำไปสู่ภาวะการรบ ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชนไทย พร้อมอภิปราย ว่า แผนอพยพประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาที่ต้องทำเฉพาะหน้าคือให้ประชาชนของไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
นอกจากนั้นต้องพัฒนาประสิทธิภาพของการแจ้งเตือนไปยังประชาชนในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงให้มีความพร้อม และมีประเด็นที่ไทยทำได้ คือ การเชิญทูตทหารลงพื้นที่เพื่อให้เห็นต่อการก้าวร้าวของกัมพูชา
“รักษาการนายกฯ ต้องยกหูถึงประธานอาเซียน รวมถึงประธานสภาฯ ต้องช่วยสื่อสารไปยังประธานอาเซียน คือ มาเลเซีย เพื่อให้มิตรประเทศเข้าใจสถานการณ์ไม่ตกหลุมพรางของกัมพูชาที่สร้างเรื่องว่าถูกรังแก” นายรังสิมันต์ อภิปราย
นอกจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศต้องเร่งยื่นเรื่องไปยังยูเอ็นเอสซี เพราะเป้าหมายของกัมพูชาคือ กลุ่มเปราะบาง โรงพยาบาล หากกัมพูชายื่นก่อน ไทยอาจตกเป็นจำเลยของนานาชาติ ควรต้องทำให้นานาประเทศเห็นเหมือนที่ไทยเห็น
นายรังสิมันต์ อภิปรายต่อว่าในการประชุมกมธ.ความมั่นคงฯ มีข้อมูลว่า กัมพูชาตั้งฐานไว้ที่ปราสาทต่างๆ ที่ถูกขึ้นเป็นมรดกโลก หากกองทัพไทยดำเนินการใดที่มีผลกระทบ กัมพูชาจะใช้โอกาสพาไทยขึ้นศาลโลก แม้ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม กัมพูชาปรารถนาอย่างเดียวคือ ลากไทยขึ้นสู่ศาลโลก
นายสะถิระ เผือกประพันธ์ สส.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาการป้องกันและหาทางออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเศรษฐกิจ สังคมและความปลอดภัยของประชาชนต่อปัญหาชายแดน พร้อมขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการส่งออกสินค้าต่างๆ เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ
หลังผู้เสนอญัตติอภิปรายเสร็จสิ้น จากนั้นเปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยประชุมลับ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องความมั่นคงและเรื่องระหว่างประเทศและขอให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกห้องประชุม ไม่ให้บันทึกภาพ หรือเสียง เพื่อถ่ายทอดการประชุมลับออกไปยังบุคคลภายนอก ส่วนรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็น สส.ได้อนุญาตให้ร่วมการประชุมได้