ทักษิณ เผยให้ทหารไทยลุยยุทธการให้จบ ถ้ากัมพูชาอยากคุย-ค่อยมาเจรจา ชี้ไทยไม่รับอำนาจศาลโลก ชี้เป็นเรื่อง 2 ประเทศคุยกันเองได้ เผย แพทองธาร มีความห่วงใย แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ค.68 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ศูนย์อพยพแห่งหนึ่ง ในจ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบไทย-กัมพูชา พร้อมรับฟังปัญหาและให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่
นายทักษิณ เปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยมประชาชน ตั้งใจมาให้กำลังใจ เพราะเขาต้องอพยพออกมา ถือว่าต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ คนไทยต้องมีน้ำใจต่อกัน ต้องสนับสนุนเรื่องการอยู่ การกินให้เขาอยู่แล้วไม่เดือดร้อน กินอิ่มนอนหลับและอีกไม่นาน อีกไม่กี่วันคงได้กลับบ้านกันแล้ว ขณะเดียวกันวันเกิดก็เป็นอีกคนหนึ่งของชีวิตไม่ได้มีอะไร คิดว่ามีหน้าที่ก็ต้องทำ
เมื่อถามว่าขณะนี้สถานการณ์ยังตึงเครียดอยู่ นายทักษิณ กล่าวว่า ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตนได้คุยกับทางทหารแล้วบอกว่า ให้เดินตามยุทธการของเขาเลย เมื่อจบยุทธการแล้วอยากพูดคุย ค่อยพูดคุย แต่ยังไม่จบยุทธการ ก็ให้ทำให้จบก่อน
เมื่อถามถึงฝ่ายกัมพูชายื่นถึง UNSC แล้ว นายทักษิณ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เพราะเขาเป็นคนเริ่มก่อน ตามกฏหมายระหว่างประเทศแล้ว ในเมื่อเราไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก เราก็จะไม่ขึ้นศาลโลก แต่ UNSC เป็นการร้องขอ ถ้าหากเราเป็นฝ่ายรุกราน แต่บังเอิญว่า เราใช้ความอดทนอดกลั้นต่อประชาชนอาจจะหงุดหงิดว่า ทำไมเราใจเย็น หากเราไม่ใจเย็น เราก็จะเข้าแผนเขา เราต้องใจเย็นอดกลั้นและฝั่งกัมพูชาก็ยิงก่อน เมื่อเขายิงก่อนเราก็มีสิทธิ์ ซึ่งตรงนี้เราไม่เข้าข้อที่เรียกว่า เป็นการรุกรานก่อน ดังนั้นไม่สามารถเอาเราขึ้นศาลโลกได้
นายทักษิณ กล่าวว่า มองว่า UNSC คงไม่แทรกซงอะไร แต่คงอยากจะให้เหตุการณ์นี้ยุติโดยเร็ว ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากมีเรื่อง แต่เขาอยากหาเรื่อง เมื่ออยากหาเรื่อง ก็ต้องว่าตามกติกา เมื่อคุยกันว่าจะจบ ก็ต้องจบว่าแล้วเราจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันหรือไม่ เราอยู่ด้วยความไว้วางใจซึ่งได้หรือไม่ ถ้าได้ก็อยู่ถ้าไม่ได้จะทำอะไรก็ทำไป ไม่เป็นไร
เมื่อถามว่าฝั่งไทยเองอยากให้กัมพูชากลับเข้ามาอยู่ในโต๊ะเจรจา นายทักษิณ บอกว่า เขาพยายามหลีกเลี่ยง เพื่อต้องการสร้างให้ตัวเองได้เปรียบ ทำนองว่าเอะอะอะไรๆ ก็จะขึ้นศาลโลก ซึ่งเราไม่ยอมรับศาลโลกอยู่แล้ว บางทีเราอดทนอดกลั้น บางทีประชาชนไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลใจเย็น แต่เราต้องอดทน เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วเราถือว่าเราได้ทำหน้าที่ของเราดีที่สุด
ส่วนเงื่อนไขที่บอกว่าให้กัมพูชาหยุดยิงก่อนถึงจะเจรจานั้น นายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขปลีกย่อย ซึ่งทางทหารในพื้นที่ย่อมรู้ดี ให้ทำตามยุทธการให้จบ
เมื่อถามว่าขณะนี้มีหวังฝั่งอาเซียนโดย นายอันวาร์ จะมาเป็นตัวกลางในการเจรจาหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของ 2 ประเทศ มองว่าคุยกันเองก็ได้ ถ้าเขาอยากจะคุย แต่ถ้าไม่อยากคุยก็จะคุยผ่านใครแล้วค่อยว่ากันอีกที แต่วันนี้ถือว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้ง 2 ประเทศที่สามารถคุยกันก็ได้
เมื่อถามถึงบางส่วนมองว่าภาพลักษณ์ประเทศไทยไปรังแกก่อน นายทักษิณ ยืนยันว่า ไม่มีเลย เขายิงมาและยิงเป้าหมายที่เป็นประชาชน อันนี้คือสิ่งที่แย่ที่สุดของโลก ซึ่งทั้งโลกของประณามหมดแล้ว แต่เราโต้กลับเฉพาะพื้นที่ทหารเท่านั้น เราไม่ได้โต้กลับในพื้นที่พลเรือน
เมื่อถามอีกว่าบางฝ่ายมองว่าฝั่งไทยสื่อสารค่อนข้างช้าในระดับสากล นายทักษิณ บอกว่า เราสื่อสารไปเยอะพอสมควร แต่บางทีบางครั้ง ฝั่งกัมพูชาใช้หลักโกหกไปเรื่อยๆ และพยายามให้คนในประเทศตัวเองเข้าใจว่าตัวเองเก่ง แต่ความจริงแล้วเป็นการโกหก
จากนั้น นายทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่จุดอพยพอีกจุดถึงการลงพื้นที่ในวันนี้และจะนำไปแนะนำเกี่ยวกับการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนอย่างไรบ้างนั้นว่า วันนี้หลังจากมีการตั้งศูนย์พักพิง เราต้องทำให้ชาวบ้านมั่นใจว่าพวกเขามาอยู่แล้วจะต้องกินอิ่มนอนหลับ และเมื่อสถานการณ์ได้มีการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว พวกเขาก็จะได้กลับไปอยู่ที่พักอาศัยได้ตามปกติ เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในอีกไม่ช้า
ส่วนสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นที่ขาดแคลนอยู่ นายทักษิณ บอกว่า เราต้องคอยตรวจสอบดูอยู่ตลอดเวลา มีอะไรที่ยังต้องการอยู่ก็ขอให้ประสานมา ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องดูว่ามีพื้นที่ไหนที่ได้รับความเดือดร้อนอีก รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขที่ก็ต้องดูในเรื่องของสุขภาพของชาวบ้านด้วย เท่าที่ทราบในตอนนี้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐได้สั่งการ ให้รัฐมนตรีดูแลรับผิดชอบในจังหวัดต่างๆ แล้วเท่าที่ลงพื้นที่มาดูตอนนี้ศูนย์พักพิงต่างๆก็ถือว่าเรียบร้อยราบรื่นดี แต่หากกรณีที่สถานการณ์อาจจะยืดเยื้อออกไปก็จะต้องมาดูที่พักอาศัยให้ดีขึ้น
นายทักษิณ บอกอีกว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม มีความห่วงใย และได้ฝากความห่วงใยมา ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ต้องดูในส่วนที่พอจะทำได้ ไม่ขัดต่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีฝากตนในฐานะบิดาที่เดินทางลงพื้นที่ในวันนี้ ให้นำข้อความบอกกับประชาชนว่าเป็นห่วงมากๆ แต่ยังทำหน้าที่ไม่ได้ จนกว่าจะสิ้นสุดกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตัดสิน พร้อมย้ำว่าตัวเองจะทำให้เต็มที่ ในฐานะประชาชนคนแก่ทั่วไปคนหนึ่ง
จากนั้น นายทักษิณ ได้ขึ้นรถออกไปเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่ศูนย์พักพิงแห่งอื่นๆ เพิ่มเติมอีกในพื้นที่ใกล้เคียง


