ชูศักดิ์ เชื่อคดี‘พิเชษฐ์’ ไม่เกิดซ้ำรอยปมมีคนร้องถอด ‘ครม.-สส.ยกชุด’ เหตุโหวตผ่านงบทำดิจิทัลวอลเล็ต ชี้ยังไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณางบฯ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ส.ค.2568 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน พ้นสมาชิกภาพสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 พร้อมตัดสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง 10 ปี เนื่องจากกระทำขัดต่อมาตรา 144 จะกำชับเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 อย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคล้ายจะชี้ว่านายพิเชษฐ์ มีส่วนกับการแปรญัตติ ศาลจึงวินิจฉัยไปตามนั้น
เมื่อถามถึงกรณีมีผู้ร้องว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ รวมถึง สส.ทั้งสภาฯ กระทำผิดมาตรา 144 สืบเนื่องจากการพิจารณาเห็นชอบงบประมาณในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตามที่ตนจับหลักการจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ว่า ถ้า พ.ร.บ.งบประมาณ ผ่านสภาฯไปแล้ว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยแล้ว ศาลจะไม่ไปยุ่ง
ดังนั้น ศาลจึงไม่รับคำร้องในส่วน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2568 เนื่องจากเป็นกฎหมายแล้ว มีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว ศาลจึงรับคำร้องเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ที่กำลังพิจารณาอยู่
นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีผู้ร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นการร้องทั่วไปหมด ทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2568 ซึ่งจบไปแล้ว ส่วนคำวินิจฉัยในส่วนของ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ประเด็นที่ศาลวินิจฉัยคือ ต้องมีข้อเท็จจริงว่าผู้นั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแปรญัตติ หากไม่มีข้อเท็จจริงนี้ก็จบ
“ครม.ก็ดี สส.ก็ดี ต่างพิจารณาไปตามที่หน่วยรับงบประมาณเสนอมา เขาทำตามหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่ เว้นแต่จะมีข้อเท็จจริงว่าเขาไปเกี่ยวข้องไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ก็อีกเรื่องหนึ่ง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงนั้น โดยผู้เสนอโครงการดิจิทัลวอลเล็ตก็ไม่เข้าข่ายเช่นกัน” นายชูศักดิ์ กล่าว