เริ่มแล้ว ถกงบ 69 วาระ 2-3 วันแรก “พิชัย” แจง กมธ.ปรับลด 8.921 พันล้านบาท โยกใส่งบกลาง – 8 หน่วยงาน ชี้ เพื่อความสอดคล้องตามภารกิจ
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 13 ส.ค. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 2-3 เป็นวันแรก
โดยนายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ชี้แจงว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการร่างพ.ร.บ.งบฯ ในวาระที่ 1 แล้วนั้น
คณะกมธ.ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแห่งชาติ และอื่นๆโดยพิจารณาตามความจำเป็น ตามภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ และตามภารกิจพื้น โดยคำนึงถึงสถานะการคลังภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
โดยมีข้อสังเกตภาพรวมที่สำคัญ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2569 ที่มีแนวโน้มการชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลกระทบต่องบประมาณทั้งด้านรายได้ และรายจ่าย
การเตรียมงบประมาณเพื่อรองรับมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก และบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้ลดลงในระยะยาว เพื่อให้มีพื้นที่การคลังไว้ใช้หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โดยไม่กระทบเสถียรภาพการคลังในอนาคต พร้อมทั้งการให้ความสำคัญการแก้ปัญหาแต่ละจังหวัดที่มีความเฉพาะเจาะจงแตกต่างกัน
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า คณะกมธ.ได้ปรับลดงบประมาณ จำนวน 8,920,781,300 บาท โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเป้าหมายผลการดำเนินงาน ความคุ้มค่า และศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยนำงบประมาณไปเพิ่มตามความเหมาะสม ดังนี้ 1.งบกลางเป็นค่าใช้จ่ายรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
2.สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) 3.กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 4.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ
5.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการบรรเทาปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm 2.5 6.กระทรวงยุติธรรม กรมคุมประพฤติ 7.กระทรวงแรงงาน 8.รัฐวิสาหกิจ การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และ 9.หน่วยงานของศาล และหน่วยงานขององค์กรอิสระ