สมศักดิ์ แจงกระทู้ กรณี‘หมอสุภัทร’ ยันตรวจสอบตามข้อร้องเรียนตามระเบียบราชการ ชี้ยังพอมีเวลา ให้ความเป็นธรรม ก่อน อ.ก.พ.ประชุมเดือน ก.ย.นี้ ยันดีเปิดผลสอบหากไม่เป็นความลับ แนะสว.หากมีข้อมูลโรงพยาบาลอื่นก็ร้องเรียนได้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ส.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรัตน์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง พิจารณากระทู้ถามสด

โดยนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ถามนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เรื่องนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนกรณีการจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค ช่วงโควิด-19 ระบาด จนถูกให้ออกจากราชการ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เนื่องจากโรงพยาบาลอื่นที่ร่วมโครงการเดียวกันไม่ได้ถูกตรวจสอบ จึงขอถามรัฐมนนตรีว่ามองประเด็นนี้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ และมีแนวทางดำเนินการอย่างไร

นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า กรณีนพ.สุภัทร ในข้อเท็จจริงมีการร้องเรียนมาจาก จ.สงขลา ซึ่งกระทรวงสั่งให้ผู้ตรวจสอบภายในไปตรวจสอบ โดยหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลจะนะ โรงพยาบาลระโนด เรื่องนี้เกิดขึ้นจากการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2564 แต่มีการตรวจสอบในปี 2566 พบความบกพร่องในการบริหารในฐานะผู้อำนวยการ คือการจัดซื้อจัดจ้างเอทีเค เรื่องการอนุมัติแบ่งซื้อแบ่งจ้าง

ส่วนประเด็นการเดินทางมา กทม.เพื่อกิจกรรมแพทย์ชนบทบุกกรุง การสร้างอาคาร 8 ชั้นที่มีการเปลี่ยนแบบโดยไม่มีการแก้ไขสัญญา การสั่งการเปลี่ยนแบบโดยพลการ และมีเรื่องปลีกย่อยการจัดซื้อพัสดุ เช่นการแปลงสภาพรถราชการ

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขรับเรื่องก็ได้แต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และไม่ร้ายแรง ตามระเบียบของข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการทั้งหมด 3 ครั้ง ชุดที่หนึ่งมีการตั้งคณะกรรมการและร้องเรียนว่า กรรมการที่เป็นอยู่นั้นอาจจะไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา จึงเปลี่ยนกรรมการเป็นชุดที่สอง

และชุดที่สองได้รับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพราะเลขานุการคณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้เปลี่ยนอาชีพจากกระทรวงสาธาณสุขไปสำนักงานอัยการสูงสุด จึงเปลี่ยนคณะกรรมการอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ซึ่งการดำเนินการครั้งที่สาม อยู่ระหว่างการสอบสวนและจัดทำรายงานผล เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเป็นความลับ ซึ่งตนไม่ทราบว่ามติเป็นเช่นไร

มตินี้จะต้องถูกเสนอไปยังปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนสามัญ (อ.ก.พ.) ซึ่งมี รมว.สาธารณสุขเป็นประธาน โดยการประชุมจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.นี้

“เรื่องที่พูดคุยต้องดำเนินการตามกฎของราชการ และเรื่องยังไม่ถึงผม ผมจะให้ความเป็นธรรมให้ดีที่สุด เมื่อได้เห็นข้อมูลในเรื่องดังกล่าวแล้ว เพราะยังไม่มีการประชุม จึงยังพอมีเวลาสั่งการให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ส่วนผลสอบนั้น หากอะไรที่ไม่เป็นข้อกำหนดว่าเป็นความลับ ผมยินดีเปิดเผยให้ แต่หากติดระเบียบราชการ ผมจนใจที่จะทำแบบนั้น แต่จะให้ความร่วมมือเต็มที่” นายสมศักดิ์ ชี้แจง

นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการสอบสวนทำไมไม่ไปตรวจสอบโรงพยาบาลอื่นด้วยนั้น เนื่องจากการตรวจสอบดังกล่าว ส่วนใหญ่ที่พวกเรานักการเมืองตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ถ้าไม่มีคนร้องเรียน การตรวจสอบจะช้าเพราะไม่มีการติดตาม หาก สว.อยากจะให้มีการตรวจสอบที่โรงพยาบาลไหน ท่านก็ทำหนังสือร้องเรียนมาให้ดำเนินการได้

“ในใจผม ผมเข้าใจเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเอทีเค มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องซื้อเพื่อบริการประชาชนเวลาป่วย แต่เรื่องนี้มีระเบียบราชการ ผมเคยตระหนักและเคยขอร้องให้ราชการได้พยายามร่างกฎหมาย ของคนที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำผิดแต่มันผิดระเบียบทางราชการ หมายความว่าทุจริตประเภทหนึ่งเหมือนกัน ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของทางราชการที่ต้องทำให้ถูกระเบียบ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน