เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่นายกฯใช้อำนาจตามม. 44 ให้กสทช.มีอำนาจปิดสื่อโทรทัศน์และวิทยุ ว่า การที่ทาง คสช. ประกาศใช้คำสั่ง คสช.ที่ 41/2559 ในเรื่องการกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสารธารณะ แม้ดูประหนึ่งเป็นการเข้าไปกำหนดรายละเอียดถ้อยคำต่างๆ ที่กำกวมใน ม.37 ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2551 อาทิ กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย ฯลฯ ให้ชัดเจนขึ้นโดยการให้บทนิยามผ่านข้อ 3 (1) – (7) ของคำสั่ง คสช. ที่ 97/2557 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่ง คสช. ที่ 103/2557 แต่หากพิจารณาตามหลักการทางกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว
ผมเห็นว่า…
1. คำสั่ง คสช. ที่ 41/2559 ครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบกิจการและสื่อสารมวลชนทุกแขนงและครอบคลุมข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทุกประเภท
2. ถ้อยคำของคำสั่ง คสช. ที่ 97/2557 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่ง คสช. ที่ 103/2557 นั้นยังมีความกำกวมอยู่มากพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง (5) ที่บัญญัติว่า “ข้อมูลข่าวสารที่ส่อให้เกิดความ
สับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร” ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้น
เมื่อถ้อยคำข้างต้นมีความกำกวม จึงมีความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการใช้อำนาจรัฐที่เข้าไปกระทบต่อเสรีภาพของสื่อสารมวลชนที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
3. คำสั่ง คสช. ที่ 41/2559 นี้มีลักษณะเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะการใช้อำนาจของ กสทช. หรือบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับมอบอำนาจ ซึ่งเดิมมีสถานะในระดับพระราชบัญญัติมาเป็นระดับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ม.44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557
4. การเปลี่ยนแปลงสถานะของการใช้อำนาจตามข้อ 3. ส่งผลการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญต่อการใช้อำนาจดังกล่าวตามระบบ กล่าวคือ การตรวจสอบว่าการใช้อำนาจของ กสทช. หรือบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับมอบอำนาจมีลักษณะเป็นการเข้าไปควบคุมการนำเสนอข่าวสารมากเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่าความจำเป็นจะเป็นกระทำได้โดยยากมากขึ้น
5. จากปัญหาความกำกวมของถ้อยคำตามข้อ 2. อาจกล่าวได้ว่า คำสั่ง คสช. ที่ 41/2559 จะเป็นปัจจัยหนึ่งในการขยายอำนาจที่กำกวมอยู่แล้วโดยสภาพให้แก่ กสทช. หรือบุคคลอื่นๆ ที่ได้รับมอบอำนาจในการเข้าไปกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะของผู้ประกอบกิจการและสื่อสารมวลชนไปโดยปริยาย
6. เมื่อ “เสรีภาพสื่อสารมวลชน” (Freedom of the Press) ถูกกระทบไปตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้พิเคราะห์ไปทั้งหมดข้างต้นแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อ “สิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ” (Right to Freedom of Information) ด้วยในคราวเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
ประเด็นที่น่าพิจารณาและน่าเป็นห่วงคือ หากคำสั่ง คสช. ที่ 41/2559 นี้ถูกนำไปใช้เพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติแล้วไซร้ ในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ เราจะเรียกได้อย่างไรว่าเป็นวัน “ประชามติ” ที่แท้จริง