ผบ.ทบ. ถกผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงทบ. รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พบ ‘โดรน-กัมพูชาเพิ่มกำลังทหาร-ลักลอบวางทุ่นระเบิด’ ในพื้นที่เขตไทย ย้ำ ทภ.1-2-3-หน่วยขึ้นตรงทบ.- กรมแพทย์ ร่วมมือกันทำงาน
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2568 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 11/2568 โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมว่า ก่อนวาระการประชุม พล.อ.พนา ได้รับมอบโล่รางวัลในฐานะที่กองทัพบก เป็นหน่วยที่มีการใช้งาน Thai MOOC โดดเด่น จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
พิธีมอบใบประกาศให้กับหน่วยที่มีผลการดำเนินโครงการพลทหารออนไลน์และสมัครใจเลื่อนปลดประจำการ พิธีมอบโล่รางวัลให้กับหน่วยที่ชนะเลิศการแข่งขันการฝึกทางทหารประกอบดนตรีราชวัลลภเริงระบำ และพิธีมอบโล่รางวัลการฝึกเป็นหน่วยของกองพันทหารปืนใหญ่
โดยผบ.ทบ. ได้กล่าวชื่นชมทุกส่วนที่ได้ร่วมแสดงผลงานและนำชื่อเสียงมาสู่กองทัพบก โดยขอให้ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในลักษณะนี้ต่อไป
จากนั้นกรมฝ่ายเสนาธิการและหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ได้ชี้แจงข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่ายังคงตรวจพบความเคลื่อนไหวของโดรน และการเพิ่มเติมกำลังของฝั่งกัมพูชา รวมถึงพบการลักลอบการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่เขตไทย ซึ่งแสดงถึงเจตนาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน
ด้านกรมแพทย์ทหารบก รายงานถึงแนวทางการบริการทางการแพทย์ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน ซึ่งตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดเหตุ ได้จัดนายทหารเสนารักษ์ลงพื้นที่ ดูแลสุขภาพกำลังพลในทุกมิติ ล่าสุด ได้จัดทีม M-MCATT เข้าประเมินและคัดกรองสภาพจิตใจของกำลังพล เพื่อคลายความกังวลใจและนำกำลังพลที่เจ็บป่วยเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาต่อไป
ในส่วนของกำลังพลที่บาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะจากการสู้รบได้รับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานขาเทียมให้กับกำลังพลทั้ง 5 ราย ซึ่งกองทัพบกจะเร่งดำเนินการเพื่อให้กำลังพลกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว
สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมกิจการพลเรือนทหารบกได้รายงานถึงการเตรียมความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ซึ่งได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมนำกำลังพลและเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ในทันที จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ
ผบ.ทบ. กล่าวต่อที่ประชุมว่า ในนามของข้าราชการกองทัพบก ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ได้พระราชทานความช่วยเหลือ ให้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ชายแดน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทรงมีความห่วงใยและเมตตาต่อพสกนิกรไทยทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ ขอบคุณทุกหน่วยที่ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ด้วยความเสียสละและอดทน ซึ่งไม่เพียงแค่หน่วยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 1 เท่านั้น แต่ยังมีหน่วยกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกอื่นๆ ที่ร่วมสนับสนุนในภารกิจ รวมทั้งกรมแพทย์ทหารบกที่ดูแลสุขภาพกำลังพลแบบองค์รวม
ตลอดจนการปฏิบัติของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ที่ผนึกกำลังร่วมกับทุกภาคส่วน ในการเฝ้าระวังภัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เช่น การเฝ้าระวังโดรน และมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ตอนใน นอกจากนั้น ขอบคุณกองทัพภาคที่ 4 ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชน จากกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรง
ผบ.ทบ. ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลที่ช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย โดยขอให้เตรียมความพร้อมเข้าให้การช่วยเหลือในทุกระยะของสถานการณ์ ซึ่งในทุกภารกิจ ล้วนมีความสำคัญที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อประเทศและต้องเร่งคลี่คลายในทันที
“ขอกำชับให้ผู้บังคับหน่วยกำกับดูแลใส่ใจกำลังพล ชี้แจงทำความเข้าใจ รวมทั้งรับฟังปัญหาต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล ส่งผลดีต่อการปฏิบัติในทุกภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ”