โรม เผย ปชน. เกาะติดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียง เชื่อส่งผลทางการเมือง ชี้หากนายกฯ รอด เตรียมหารือภูมิใจไทย-ฝ่ายค้าน ยื่นซักฟอกม.151

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 28 ส.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการติดตามการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.) ว่า ต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่าเรื่องนี้หากมีคำวินิจฉัยอะไรก็จะส่งผลทางการเมืองอยู่มาก

ในฐานะที่เป็นนักการเมืองฝ่ายค้านก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด และได้มีการพูดคุยกับ สส.ของพรรค ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเพิกเฉยได้ เพราะอาจจะส่งผลทางการเมืองมากอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านจะมีการวางแผนเตรียมเปิดอภิปรายรัฐบาล หลังมีคำวินิจฉัยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องแยกว่าหากในกรณีที่สถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ การตรวจสอบของฝ่ายค้านก็ต้องเดินหน้าต่อไป

ก่อนหน้านี้เราได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงแนวทางในการตรวจสอบและการใช้มาตรการที่สำคัญ เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 แต่มีเหตุแทรกแซงกรณีของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา พรรคฝ่ายค้านจึงต้องพิจารณาใคร่ครวญเพราะใช้ได้เพียงปีละครั้ง จึงต้องพิจารณาในจุดนี้

ย้ำว่าหากเข้าสู่ภาวะปกติและมีคำตัดสินของศาลให้นายกฯ รอด พรรคประชาชนก็จะพูดคุยกับภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ อย่างเป็นกิจลักษณะว่าจะมีการดำเนินการเมื่อไหร่

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า แต่หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่พรรคประชาชนเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่อยากให้ประเทศไทยถึงทางตัน และไม่ควรมีใครพาไปถึงจุดนั้น

พรรคประชาชนขอย้ำเหมือนเดิมว่า เราไม่ได้มีจุดประสงค์ในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่เกิดทางตัน

“ส่วนตัวขอย้ำว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน และไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ ก็ต้องยอมรับว่าจะมีข้อครหาจากประชาชน ดังนั้น การเลือกตั้งใหม่คือทางออกที่ดีที่สุด แต่ทางพรรคประชาชนก็ไม่สามารถที่จะไปกำหนดทุกอย่างได้” นายรังสิมันต์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน