“สนธิญา” ยื่น กกต. สอบ “ทักษิณ-ธนาธร” ดีลโหวตนายกรัฐมนตรีจากเพื่อไทย ชี้ เข้าข่ายครอบงำจัดตั้งรัฐบาล เสี่ยงถูกยุบพรรค

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อขอให้ติดตาม ตรวจสอบ ดำเนินคดีกับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ที่ยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค และเป็นนักโทษ รวมถึงเป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

ชี้นำครอบงำการจัดตั้งรัฐบาล เข้าข่ายขัดมาตรา 28 และมาตรา 29 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และเป็นเหตุให้สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคตามมาตรา 92(3) ของกฎหมายเดียวกันได้

นายสนธิญา กล่าวว่า การที่นายทักษิณและนายธนาธร นัดพูดคุยเจรจาเพื่อให้พรรคประชาชนเข้าร่วมรัฐบาล และสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งหากช่วงเย็นวันนี้พรรคประชาชนยืนยันเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ก็จะถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่นายทักษิณและนายธนาธรได้ตกลงกันจนเป็นผลสำเร็จ

ซึ่งคนทั้งประเทศทราบดีว่าทั้งสองคนเป็นบุคคลที่ชี้เป็นชี้ตายของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จึงเข้าข่ายพรรคการเมืองยอมให้บุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคชี้นำครอบงำการดำเนินกิจการของพรรค ผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค

ถ้ามีการตัดสินใจเช่นนี้จริง ในสัปดาห์หน้าตนก็จะมายื่นต่อกกต. เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบทั้ง 2 พรรคการเมือง แต่หากพรรคประชาชนไม่อยากมีความผิดต้องไปตอบรับข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเลย เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยได้ส่งหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเข้ามาติดต่อพูดคุย

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า 3 เงื่อนไขที่พรรคประชาชนได้เสนอร่วมโหวตนายกฯ ให้กับฝ่ายใดนั้น มีเงื่อนไขของการจัดทำประชามติและแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้วให้มีการยุบสภาภายใน 4 เดือนนับแต่รัฐบาลใหม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้น

กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนมีเจตนาที่จะแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยใช่หรือไม่

รวมทั้งการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ตนได้ยื่นต่อร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้ดำเนินการกับ 44 สส.ของอดีตพรรคก้าวไกล ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการให้เสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในสภาเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครอง ซึ่งพรรคประชาชนมีเจตนาที่จะต้องการให้มีการนิรโทษกรรมบุคคลที่กระทำผิดเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ด้วยใช่หรือไม่

จึงเห็นว่าข้อเสนอของพรรคประชาชนในการที่จะสนับสนุนฝ่ายใดเป็นนายกฯ ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเลย เพราะวันนี้ประเทศกำลังเผชิญปัญหาสำคัญ คือเรื่องความขัดแย้งระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา และปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

“วันนี้กัมพูชาส่งทหาร 20,000 คนไปประชิดชายแดน รวมถึงนำอาวุธยุทโธปกรณ์มาเตรียมไว้ครบพร้อมที่จะเปิดฉากรบกับไทย ทำไมพรรคประชาชนจึงไม่มองสถานการณ์ตรงนี้ แต่กลับไปเสนอเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถามว่ามันเร่งด่วนมากกว่าปัญหาชายแดนหรือไม่ และทำไมไม่เสนอเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องภาษีทรัมป์ เพราะวันนี้เศรษฐกิจบ้านเมืองมีปัญหา

การเสนอของพรรคประชาชนจึงเป็นการเสนอที่ไม่ใช่ทางออกของประเทศ แต่เป็นการเสนอเพื่อให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์และนำไปสู่การเลือกตั้ง แต่ประชาชนกลับไม่ได้อะไรในเรื่องนี้ ซึ่งผมคิดว่าทั้งนายทักษิณ และนายธนาธร คงชินชากับการยุบพรรคไปแล้ว เพราะทั้งสองคนเคยถูกยุบพรรคทั้ง 2 ครั้งมาแล้ว” นายสนธิญา กล่าว

เมื่อถามว่าการเลือกนายกฯ ในสัปดาห์นี้จะเป็นไปด้วยความราบรื่น สามารถเลือกได้สำเร็จหรือไม่ เพราะขณะนี้มีการแข่งต่อรองรวบรวมเสียง นายสนธิญา กล่าวว่า ขณะนี้ สว.ไม่มีส่วนในการเลือกนายกฯ แล้ว ฉะนั้นพรรคการเมืองที่มีเงินหนา มีทุนและมีกลุ่มก้อนก็คงจะเลือกกันไปได้ แต่สิ่งที่จะเป็นปัญหาคือประเทศชาติและประชาชนจะไม่ได้อะไร

ยกตัวอย่างกรณีบอกว่าจะให้มีการเลือกตั้งใน 4 เดือน ตนเห็นว่าประเด็นแรก ถ้าเงื่อนไขภายใน 4 เดือนจะต้องใช้เวลาทำประชามติ ไม่ต่ำกว่า 60 วัน ในการเสนอคำถามประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ และจะต้องทำประชามติวันใดวันหนึ่ง ซึ่งใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 4-5 พันล้านบาท

ส่วนประเด็นที่ 2 เมื่อทำประชามติแล้วจะต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง 3 วาระ และผ่านวุฒิสภา ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30-45 วัน หลังจากนั้นก็ประกาศใช้ เมื่อประกาศใช้ก็จะยุบสภา โดยเห็นว่าเมื่อยุบสภาก็จะมี 2 แบบ คือยุบสภาที่ไม่ครบวาระ จะต้องเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน เพราะหากยุบสภาไม่ครบวาระในปี 2570 ต้องใช้เวลา 60 วันในการเลือกตั้งใหม่

ขณะเดียวกันเมื่อรวมระยะเวลาในการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้จะได้ สส.หัวแตก จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้สส.มากเหมือนที่ผ่านมา จะไม่มีพรรคไหนได้ 150 คน จะมีพรรคละ 30-70 คน กว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือน เมื่อรวมประเด็นให้มีการยุบสภาภายใน 4 เดือน ตนขอถามว่าไม่ว่าพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย จะต้องใช้เวลาต่อจากนี้จนถึงกลางปีหน้า ประมาณ 6-10 เดือนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่หรืออาจไม่ได้รัฐบาลชุดใหม่

“ผมถามว่าถ้าในช่วงนั้น มีปัญหาขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย มีการยิงกัน มีสงครามกัน จะให้ทหารเป็นผู้ควบคุมใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องให้ทหารปฏิวัติยึดอำนาจ แล้วจัดการระบบใหม่ เพราะผมยืนยันว่าจะไม่ได้รัฐบาลจนถึงกลางปีหน้าตามไทม์ไลน์ที่ผมพูดมาข้างต้น ถ้าสมมติเลือกตั้งแล้วได้บุคคลเดิมๆ พรรคการเมืองเดิม แล้วมาทำแบบเดิม ประชาชนจะยอมรับไหม

ช่วง 3-4 วันที่จะมีการเลือกนายกฯ ได้นายกฯ แน่ แต่เมื่อเป็นแล้วคุณจะทำงานอะไรได้บ้างที่เป็นชิ้นเป็นอันให้กับประชาชน ผมมองเห็นวิธีการที่ดีที่สุดขณะนี้คือยุบสภาเลือกตั้งใหม่ นั่นคือคืนอำนาจให้กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตประเทศไทยต่อไป” นายสนธิญา

เมื่อถามว่าให้พรรคเพื่อไทยยุบสภาในตอนนี้ใช่หรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องกล้าที่จะทำประการใดประการหนึ่ง เพื่อคืนอำนาจสู่ประชาชน แต่ถ้าสมมติว่าพรรคเพื่อไทยยุบสภาเพราะหาคะแนนเสียงมาสนับสนุนพรรคพวกและตัวเองเป็นนายกฯ ไม่ได้ ถือว่าพรรคเพื่อไทยก็ไม่ใช่มืออาชีพทางการเมือง

แต่ถ้ายุบสภาต้องประกาศให้ชัดเจนว่า เราต้องการจัดระบบการเมืองใหม่และให้โอกาสประชาชนเป็นคนตัดสินใจอนาคตประเทศ พร้อมขอให้จับตาวันนี้ให้ดี หากพรรคประชาชนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย จะเข้าข่ายกระบวนการที่ครบวงจรเกี่ยวกับมาตรา 28 และ 29 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และเข้าสู่กระบวนการมาตรา 92 ยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน