20 สส.เพื่อไทย ยื่นร้องประธานสภา ปมแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตรงวันฟัน อิ๊งค์ พ้นนายกฯ ชี้เป็นคดีสำคัญ หวั่นมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย
วันที่ 2 ก.ย. 2568 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จำนวน 19 คน ได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาวินิจฉัย
อ้างถึง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องพิจารณาที่ 13/2568 กรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 36 คน ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง () ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
สิ่งที่ส่งมาด้วย
1.สำเนาประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสราวุธ ทรงศิวิไล ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
2.ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข่าวที่ 11/2567 วันที่ 25 มีนาคม 2567
ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้นั่งพิจารณาและลงมติวินิจฉัยคดีตามเรื่องพิจารณาที่ 17/2568 ให้ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา
170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นั้น
เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวคือเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นวันนั่งพิจารณาและวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แทนนายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง
ดังนั้น เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไปแล้ว แม้ตามมาตรา 17 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 จะบัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ก็ตาม แต่เนื่องจากเรื่องพิจารณาที่ 17/2568 เป็นคดีที่มีความสำคัญกับการวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่
ดังนั้น เมื่อได้รับทราบถึงการมีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทนนายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว จึงไม่ควรที่จะให้นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาล รัฐธรรมนูญที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว เข้าพิจารณาคดีที่มีความสำคัญดังกล่าวด้วย
ดังนั้น การที่นายปัญญา อุดชาชน ได้ร่วมพิจารณาและลงมติ เรื่องพิจารณาที่ 17/2568 จึงอาจมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของการพิจารณาและวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งเทียบเคียงได้กับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีมติให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 8/567 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567
กรณีที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีหนังสือที่ สว 008/0444 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2567 เรื่อง การแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อแจ้งให้ทราบว่า มีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป
ข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรายชื่อท้ายคำร้องฉบับนี้ เห็นว่ากระบวนพิจารณาและการลงมติของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 อาจมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย จึงขอความกรุณาประธานสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดส่งคำร้องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาและชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ผลเป็นประการใดขอได้โปรดแจ้งให้ทราบด้วย จักขอบคุณอย่างยิ่ง
อนึ่งศาลรัฐธรรมนูญควรจะพิจารณาด้วยว่า เหตุใดกระบวนการส่งพระบรมราชโองการไปยังศาลรัฐธรรมนูญจึงล่าช้าเกินกว่าเหตุ ผู้รับผิดชอบมีเจตนาจะจัดส่งให้ล่วงเลยเวลาวันที่ 29 สิงหาคม 2568 อันเป็นวันที่พระบรมราชโองการมีผลใช้บังคับหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้ตุลาการคนเดิมซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้ว ยังจะมีสิทธิวินิจฉัยคดีได้ เนื่องจากผู้รับผิดชอบในการรับสนองพระบรมราชโองการกับผู้ร้องในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกัน
จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา




