3 สส.ปชป. เปิดใจหนุน ‘เสี่ยหนู’ นั่งนายกฯ แจง 4 ข้อ ปัญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลเพื่อไทย -ภท.เคยหนุนประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมาแล้ว-เห็นด้วย 5 เงื่อนไข-ไม่แลกเปลี่ยนตำแหน่ง ขอใช้สิทธิ์ของสส.
เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร่วมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้ง นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา และนายราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีธรรมราช ได้ออกคำชี้แจงการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน ระบุว่า
ตามที่ปรากฏว่า พวกกระผมได้สนับสนุนข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย ในการเสนอชื่อบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกฯ เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนผ่าน แก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า จัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้น พวกกระผมขอชี้แจงเหตุผลและเจตนารมณ์ใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
ประการแรก พวกกระผมทั้ง 3 คนเห็นว่า ปัญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ปรากฏชัดเจนที่สุดในกรณีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่ามีการกระทำฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะ กรณีคลิปเสียง ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ จนบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมอย่างกว้างขวาง
กรณีดังกล่าวไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงการขาดคุณสมบัติและความซื่อสัตย์สุจริตที่ผู้นำควรมี หากยังทำให้รัฐบาลสูญเสียความชอบธรรม ในการบริหารประเทศ และทำลายศักดิ์ศรีของประเทศโดยรวม
นอกจากนี้ การบริหารประเทศภายใต้ พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ขาดความมุ่งมั่นจริงใจในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ประชาชนเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน
ประการที่สอง การที่พวกกระผมลงนามสนับสนุนให้นายอนุทิน เป็นนายกฯนั้น เป็นการตัดสินใจในฐานะสส. พร้อมกันทั้ง 3 คน คือนายสรรเพชญ นายสมยศ และนายราชิต ที่สำคัญคือพรรคภูมิใจไทยเคยร่วมสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาล ในช่วงปี 2551–2554 จนสร้างเสถียรภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม ตรงกันข้ามพรรคเพื่อไทยในห้วงเวลานั้นกลับเลือกที่จะล้มรัฐบาลและผลักประเทศเข้าสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่
ประการที่สาม พวกกระผมเห็นด้วยกับ 5 เงื่อนไขร่วมที่ทั้งสองพรรควางไว้เพื่อ “ผ่าทางตันประเทศ” ทั้งการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด การจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่กระทบชีวิตประชาชน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และปัญหาสถานการณ์มั่นคงชายแดน
ประการสุดท้าย การสนับสนุนของพวกกระผมในครั้งนี้ มิได้มีเจตนาเพื่อแลกเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น หากแต่เป็นการใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ…”
เพื่อยืนยันว่าเสียงของของพวกกระผม คือเสียงที่ประชาชนมอบให้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบด้วยความเคารพ