พรรคประชาชน ระส่ำ สส.หวั่นเป็นเครื่องมือนิติสงคราม ขอผู้บริหารพรรคทบทวน ใช้ฟรีโหวต เลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.68 จากกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) มีมติของผู้บริหารพรรคให้โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีเงื่อนไข 5 ข้อ ในเรื่องยุบสภาภายใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย เดินหน้าประชามติแก้รัฐธรรมนูญ และคงสถานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย

รายงานข่าวจากพรรคประชาชนระบุว่า หลังจากที่พรรคมีมติออกไป แล้วเกิดกรณีมี สส.และตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ไปแจ้งความเอาผิดนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ทั้งมาตรา 112 และมาตรา 157 อีกทั้งการตีกลับ พ.ร.ฎ.ยุบสภา โดยสำนักงานองคมนตรีสร้างความไม่สบายใจให้ สส.พรรคประชาชนส่วนหนึ่ง

โดยตั้งคำถามว่า หากยืนยันว่ารักษาการนายกฯ สามารถยื่นยุบสภาได้ แล้วการตีกลับมาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร และพรรคประชาชนจะแสดงท่าทีกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร และหากปล่อยไปเช่นนี้หากในอีก 4 เดือน ถ้ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ทูลเกล้าฯ ยุบสภาไป แล้วเกิดกรณีคล้ายๆ กันจะทำเช่นไร

นอกจากนี้การแจ้งความเรื่องคดี 112 ยังเป็นประเด็นสำคัญ ที่พรรคประชาชนมีจุดยืนว่า ไม่ต้องการให้ใช้มาตราดังกล่าวมาใช้กลั่นแกล้งทางการเมือง และหากในอนาคตรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย มีการดำเนินคดีมาตรา 112 ทั้งในส่วนกระบวนการยุติธรรมปกติ ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล พรรคประชาชนจะมีท่าทีกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร และจะสามารถตอบคำถามประชาชนได้หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า มีความพยายามสื่อสารจาก สส. ผู้สนับสนุนพรรคไปยังผู้บริหารพรรค เพื่อสะท้อนความไม่สบายใจดังกล่าว และเสนอทางออกให้ทบทวนมติการโหวตสนับสนุนนายอนุทิน โดยให้เหตุผลว่า เมื่อพรรคประชาชนยืนยันว่าต้องการให้รัฐบาลยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แล้วรัฐบาลเพื่อไทย ยื่นทูลเกล้าฯไปแล้ว ก็ต้องยึดมั่นในหลักการว่ารัฐบาลรักษาการมีอำนาจ และควรจะนำไปสู่การยุบสภา การไม่ดำเนินการถือเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องการแบ่งแยกอำนาจและการตรวจสอบถ่วงดุล

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ข้อกังวลดังกล่าวของ สส.บางกลุ่ม ถูกนำไปหารือกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยมีข้อเสนอว่าให้โหวตเลือกนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเหลือแคนดิเดตคนเดียว คือ นายชัยเกษม นิติสิริ แล้วให้ประกาศยุบสภาทันที หลังจากที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อเป็นทางออกและยืนยันหลักการว่าการยุบสภาเป็นอำนาจของรัฐบาล ซึ่งเหตุผลดังกล่าวนำมาซึ่งการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ที่จะเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นนายกฯ ในที่ประชุมสภาวันที่ 5 ก.ย.นี้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กลุ่มส.ส.ของพรรคประชาชน พยายามหารือกับผู้บริหารพรรค ให้ทราบถึงความกังวลใจทั้งหมด และทบทวนในการเปลี่ยนมติ หรือไม่เช่นนั้นก็ให้ฟรีโหวตตามเอกสิทธิ์ สส.ในการเลือกนายกฯ

แต่กรณีดังกล่าวก็ยังมีปัญหา เพราะหากเสียงส.ส.ที่สนับสนุนแคนดิเดตคนไหน ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน หรือนายชัยเกษม ไม่เกินกึ่งหนึ่ง จะไม่สามารถเสนอชื่อได้อีกในสมัยประชุมนี้ ตามแนวทางที่สภาฯ เคยวางไว้ตอนเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำให้แคนดิเดตนายกฯเหลือเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค และนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ เท่านั้น

ล่าสุดท่าทีของผู้บริหารพรรคประชาชน ยังคงยืนยันตามแนวทางเดิมที่ลง MOA กับพรรคภูมิใจไทย ที่จะโหวตเลือกนายอนุทิน เพราะเชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้ประเทศมีรัฐบาล และเดินหน้าสู่การยุบสภา แต่ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน